สุขภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำมักประกอบด้วยอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ หรือที่อาบน้ำฝักบัว และที่นั่งถ่ายชนิดชักโครก นอกจากนั้น ยังมีกระจกเงาติดตั้งเหนืออ่างล้างหน้า ราวสำหรับแขวนผ้า ที่วางสบู่ และที่ใส่กระดาษชำระ พื้นห้องน้ำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กปูด้วยหินขัด หรือมิฉะนั้นก็ใช้กระเบื้องโมเสกชนิดเล็ก ผนังของห้องมักนิยมปูด้วยกระเบื้องเคลือบ ขนาด ๑๐เซนติเมตร x ๑๐ เซนติเมตร หรือ ๑๕ เซนติเมตร x ๑๕ เซนติเมตร และปูสูงจากพื้นระยะ ๑.๕๐ เมตร น้ำชักโครกจะพาสิ่งสกปรกไหลไปยังบ่อเกรอะ และมีท่อต่อจากบ่อเกรอะไปยังบ่อซึม น้ำอาบ น้ำล้างหน้า จะไหลไปยังท่อน้ำทิ้ง ซึ่งจะต่อเข้ากับท่อระบายน้ำ ซึ่งระบายน้ำฝนต่อออกไปยังท่อระบายน้ำของถนนหน้าบ้าน
เพื่อความสะดวก ห้องน้ำชั้นบนมักจะถูกจัดไว้ให้ติดกับห้องนอน โดยมีประตูปิดระหว่างห้องทั้งสอง บ้าน ๒ ชั้นมักมีห้องน้ำอยู่ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ห้องน้ำต้องมีช่องแสงสว่าง และช่องระบายอากาศให้อากาศถ่ายเทได้
บ้านตามชนบท นิยมทำห้องน้ำและห้องส้วมแบบประหยัดเสียค่าใช้จ่ายน้อย ห้องน้ำและห้องส้วมบางบ้านก็จัดไว้เป็นห้องเดียวกัน โดยมีผนังกั้นแยกส่วน บางบ้านจัดแยกไว้คนละห้องพื้นห้องน้ำและห้องส้วมจะต้องทำให้สูงกว่าระดับดินบริเวณบ้านทั้งนี้เพื่อให้น้ำที่ใช้แล้วไหลไปยังบ่อพักหรือบ่อเกรอะได้รวดเร็วไม่ค้างขังอยู่ในท่อ
เราทำพื้นห้องน้ำโดยใช้อิฐหักลงหนาประมาณ ๑๐ เซนติเมตร แล้วกระทุ้งให้แน่น ต่อจากนั้นก็ผสมคอนกรีตส่วนผสม๑ : ๒ : ๔ เททับลงบนอิฐหัก ให้ความหนาของพื้นอยู่ระหว่าง ๘ - ๑๐ เซนติเมตร ในการเทคอนกรีตบางครั้งก็นิยมผูกเหล็กเป็นตะแกรง โดยใช้เหล็กขนาดศูนย์กลาง ๖ มิลลิเมตร ผูกระยะห่าง ๑๕ - ๒๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง วางตะแกรงเหล็กให้ต่ำจากผิวบนของคอนกรีตประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร เหล็กเสริมที่ใส่นี้จะช่วยป้องกันมิให้พื้นคอนกรีตแตกร้าวเนื่องจากการขยายตัวและหดตัว ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ บางบ้านอาจทำพื้นห้องน้ำโดยใช้ปูนทรายส่วนผสม๑:๓ เทหนาประมาณ ๕-๘ เซนติเมตร ก็ใช้ได้ ผนังห้องน้ำมักจะใช้ฝาไม้ตีติดกับเคร่าฝา จะใช้ผนังกระเบื้องกระดาษก็ได้ภายในห้องจะต้องมีก๊อกน้ำอยู่อย่างน้อย ๑ ก๊อก และบางครั้งก็ติดตั้งฝักบัวอีก ๑ ฝักสำหรับใช้อาบน้ำ ส่วนก๊อกน้ำนั้นใชประโยชน์ในการนำไปใช้ในการซักฟอกเสื้อผ้า หลังคาห้องน้ำมุงด้วยสังกะสีหรือกระเบื้องลอน
สำหรับห้องส้วมแบบประหยัดนั้น เขาจะขุดดินลงไปลึกประมาณ ๑.๐๐ - ๑.๕๐ เมตร ให้มีความกว้างประมาณ ๘๐เซนติเมตร ซึ่งโตพอฝังถังส้วมชนิดสี่เหลี่ยมหรือชนิดกลมได้ ตั้งแต่ ๓ - ๕ ถัง เรียงต่อกันจากก้นหลุมขึ้นมาบ่อที่กล่าวนี้เรียกว่า บ่อเกรอะ หลังจากขุดบ่อเกรอะแล้ว ช่างจะขุดบ่อซึมขึ้นมาอีกบ่อหนึ่ง โดยอยู่ใกล้กับบ่อเกรอะและมีขนาดไล่เลี่ยกันช่างปูนจะก่ออิฐโปร่งขึ้นภายในบ่อซึม สำหรับให้น้ำที่ต่อมาจากบ่อเกรอะมาถึงบ่อนี้ได้มีโอกาสซึมไปใต้ดินได้โดยทั่ว ท่อที่เชื่อมระหว่างบ่อเกรอะกับบ่อซึมนี้ อาจใช้ท่อเหล็กหรือท่อกระเบื้องขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางควรโตประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ฝังให้ลึกจากดินประมาณ ๒๐ - ๓๐ เซนติเมตร สำหรับบ่อซึมนั้นจะต้องทำฝาปิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เศษดินทรายตกลงไปในบ่อได้ บ่อเกรอะนั้นก็จะเป็นส่วนที่อยู่ภายในห้องส้วม มีที่นั่งถ่ายตั้งอยู่บนฝาบ่อซึ่งเจาะรูโตไว้ พื้นห้องส้วมก็สูงจากพื้นดินประมาณ ๒๐ - ๓๐ เซนติเมตร ส่วนที่นั่งถ่ายจะสูงจากพื้นห้องขึ้นไปประมาณ ๒๐ เซนติเมตร เพื่อให้การรดน้ำสิ่งปฏิกูลในที่นั่งถ่ายเป็นไปโดยสะดวก ควรจะมีการติดตั้งท่ออากาศ โดยใช้ท่อน้ำประปาโตประมาณ
๓๔นิ้ว โดยต่อเข้ากับตอนบนของบ่อเกรอะทั้งนี้เพื่อให้ก๊าซที่เกิดจากการหมักหมมของอุจจาระ ได้มีโอกาสลอดออกไปได้ ซึ่งจะเป็นการลดความดันของก๊าซในบ่อเกรอะ ทำให้น้ำที่เราราดไหลลงในบ่อเกรอะพร้อมอุจจาระได้สะดวก ภายในห้องส้วมจะมีที่ติดกระดาษชำระแขวนไว้ และมีโอ่งน้ำขนาดเล็กพร้อมขันตักน้ำชำระ
[กลับหัวข้อหลัก]