เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > การก่อสร้างบ้านตึก
การก่อสร้างบ้านตึก  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
การก่อสร้างบ้านตึก โดย นายนิวัตต์ ดารานันทน์

          การก่อสร้างบ้านตึกจะต้องขุดหลุม  ตอกเข็ม  แล้วจึงทำฐานราก   ต่อจากนั้นก็หล่อคอนกรีตเสา คาน  พื้น    แล้วก่ออิฐ ติดวงกบหน้าต่าง  ติดตั้งโครงหลังคา มุงหลังคาด้วยกระเบื้องหลังคา เมื่อมุงหลังคาเรียบร้อยแล้วจึงถือปูนผนัง  ปูพื้นปาร์เกต์หรือทำพื้นหินขัด  การทาสีใช้สีพลาสติกหรือสีน้ำปูนทา  เพื่อความสวยงามของอาคาร  การสร้างบ้านตึกมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การสร้างฐานราก

          ฐานรากที่ตั้งอยู่บนดินอ่อน  เช่น  ดินในกรุงเทพมหานครหรือดินในจังหวัดข้างเคียง จะต้องมีการตอกเข็มเพื่อให้เข็มรับน้ำหนักตัวบ้าน  เข็มที่ใช้ถ้าเป็นเข็มไม้จะต้องตอกให้หัวเข็มอยู่ลึก จากระดับผิวดิน ประมาณ ๑.๕๐ เมตร ทั้งนี้เพื่อให้หัวเข็มอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดิน  เพื่อกันมิให้เข็มผุ  ถ้าใช้เข็มคอนกรีตก็อาจจะตอกเข็มให้หัวเข็มอยู่ต่ำกว่าดิน  หรือเสมอระดับดินก็ได้ เมื่อตอกเข็มแล้ว โกยเลนหัวเข็มออกประมาณ  ๒๐ เซนติเมตรแล้วใช้ทรายหยาบอัดแน่นหรืออิฐหักลงหนาประมาณ ๑๐ เซนติ-เมตร    แล้วเทคอนกรีตหยาบเพื่อทับหัวเข็ม (ส่วนผสมซีเมนต์ทราย และหิน ๑ : ๓ : ๕) ลงให้หนาประมาณ ๑๐ เซนติเมตรแล้วจึงตั้งตะแกรงเหล็กฐานรากและเหล็กเสาเทคอนกรีต (ส่วนผสม ๑ : ๒ : ๔) ลงยังฐานรากให้ได้ความกว้าง ยาว และความหนาตามที่กำหนดไว้ในแบบ   เวลาเทคอนกรีตต้องคอยตักน้ำที่ซึมเข้ามาในหลุมออกอยู่เสมอ และต้องกระทุ้งคอนกรีตให้แน่นเครื่องกระทุ้งอาจใช้เหล็กเส้นหรือไม้ระแนงก็ได้  เทเสาขึ้นมาจนถึงใต้ท้องคานคอดิน ไม้แบบข้างเสาจะถอดออกได้ ภายหลังจากที่ได้เทคอนกรีตแล้วนานประมาณ ๔๘ ชั่วโมง เมื่อแกะแบบแล้วจึงกลบหลุมแต่ละหลุมด้วยดินที่ขุดกองไว้ข้างเคียง


[กลับหัวข้อหลัก]

การขุดหลุมฐานรากพร้อมเข็มที่ตอกแล้ว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การทำเสา คาน และพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก

          วิศวกรจะเป็นผู้คำนวณหาขนาดเสา  คาน  และพื้นคอน-กรีตเสริมเหล็ก รวมทั้งเหล็กเสริมที่ใช้เป็นโครงคอนกรีตด้วย   ผู้ก่อสร้างจะต้องผูกเหล็กให้ตรงตามขนาด และมีระยะห่างเท่าที่กำหนดไว้ในแบบ   เมื่อผูกเหล็กแล้วจึงทำการปิดแบบ  ใช้ดินเหนียวหรือถุงปูนอุดยาแนวกันน้ำปูนรั่ว แล้วจึงเทคอนกรีตส่วนผสมซีเมนต์ : ทราย : หิน ๑ :  ๒ : ๔ โดยปริมาตรลงในแบบดังกล่าว  คอนกรีตที่ใช้เทนี้ต้องผสมโดยใช้น้ำให้พอเหมาะ มิให้เปียกหรือแห้งเกินไป    คอนกรีตที่เหลวเพราะใช้น้ำมากจะรับกำลังต้านทานได้น้อย  คอนกรีตที่ใช้น้ำน้อยเกินไปก็จะทำให้เทลงในแบบได้ยาก   และถ้ากระทุ้งไม่ดีพอ   เมื่อแกะแบบแล้วจะขรุขระไม่เรียบร้อย บางทีเห็นเหล็กเสริมโผล่ออกมา  มิได้จมอยู่ในคอนกรีตตามต้องการ ทำให้เสียความแข็งแรงไปและเหล็กเสริมอาจเกิดสนิมได้ด้วย

          ไม้ที่ใช้หนุนใต้ท้องคานหรือพื้นคอนกรีต  ต้องทิ้งให้หนุนคานพื้นไว้อย่างน้อย  ๔ สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อคอนกรีตจะได้มีกำลังสูงสามารถรับแรงภายนอกได้   คอนกรีตที่แข็งตัวใหม่ต้องระวังอย่าให้ถูกแดดกล้า   มิฉะนั้น   คอนกรีตอาจจะแตกร้าวเพราะการขยายตัวต้องราดน้ำวันละหลายๆครั้งด้วย  หรือจะใช้กระสอบชุบน้ำให้ชุ่มคลุมไว้  การบ่มคอนกรีตดังกล่าวควรจะกระทำอย่างน้อย ๗ วัน นับแต่คอนกรีตเริ่มแข็งตัว


[กลับหัวข้อหลัก]

ฐานรากเสาเข็ม

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การก่ออิฐและการถือปูน

          ปูนก่อใช้เป็นเครื่องยึดแผ่นอิฐแต่ละแผ่นให้ติดกันส่วนผสมของปูนก่อนั้นเขาใช้ปูนซีเมนต์  :  ปูนขาว : ทราย ในอัตราส่วน ๑:๑:๔ โดยปริมาตรผสมกับน้ำ สำหรับปูนฉาบหรือปูนถือนั้น ก็ใช้ส่วนผสมอย่างเดียวกัน  ก่อนก่ออิฐต้องนำอิฐไปจุ่มน้ำหรือราดน้ำให้เปียกชุ่มเสียก่อน  ทั้งนี้  เพื่อกันไม่ให้อิฐแย่งน้ำจากส่วนผสมของปูนก่อ ปกติเขามักจะหมักทรายกับปูนขาวไว้ค้างคืน  เมื่อถึงเวลาจะก่ออิฐหรือถือปูนจึงผสมปูนซีเมนต์ลงไป  เมื่อผสมปูนซีเมนต์กับน้ำ แล้วจะต้องใช้ให้หมดภายใน ๑ ชั่วโมง ถ้าช้ากว่านี้ปูนซีเมนต์จะเริ่มแข็งตัว ซึ่งจะนำไปใช้อีกไม่ได้

          อิฐที่ใช้ก่อสร้างทำจากดินเหนียวผสมทรายประมาณร้อยละ๑๐  ปั้นให้เป็นรูปร่าง  โดยใช้คนปั้นหรือใช้เครื่องจักร  อิฐที่ปั้นเป็นรูปแล้ว ต้องผึ่งไว้ในที่ร่ม หรือให้ถูกลมอุ่นพัดผ่านประมาณ๒ - ๓ วัน  เพื่อกันมิให้อิฐบิดตัวหรือแตกร้าวเมื่อนำไปเผา  อิฐที่แห้งแล้ว จะถูกลำเลียงเข้าไปในเตาเผาอิฐ   การเผาอิฐจะต้องเพิ่มความร้อนในเตาทีละน้อยๆ   จนอุณหภูมิในเตาเผาสูงประมาณ๘๐๐-๙๐๐ องศาเซลเซียส  เมื่อเผาด้วยอุณหภูมิสูงนานประมาณครึ่งวัน  อิฐก็จะสุก อิฐที่เย็นแล้วอาจนำมาใช้งานได้ทันที

[กลับหัวข้อหลัก]

การผูกเหล็กพื้น

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การทำประตูหน้าต่างและวงกบ

          บานประตูมักทำด้วยไม้สัก ไม้อัด หรือกระจกชนิดหนาส่วนบานหน้าต่างมักใช้ไม้สัก ไม้เนื้อแข็งหรือกระจก   วงกบประตูหน้าต่างมักใช้ไม้สัก ไม้แดง  ไม้ตะเคียนทอง หรือไม้เนื้อแข็งชนิดอื่น   ความหนาของประตูหน้าต่างที่ทำด้วยไม้ควรหนาไม่ต่ำกว่า ๑ นิ้ว ไม้วงกบควรใช้ขนาด ๒ นิ้ว x ๔ นิ้ว  เหนือประตูหน้าต่างมักติดช่องกระจกหรือช่องลม ซึ่งมีชนิดพลิกได้หรือปิดตาย  บานพับ  กลอน หูจับ ขอรับ ขอสับ ทำด้วยโลหะ
[กลับหัวข้อหลัก]

ประตู

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การทำห้องน้ำห้องส้วม

          สุขภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำมักประกอบด้วยอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ หรือที่อาบน้ำฝักบัว และที่นั่งถ่ายชนิดชักโครก  นอกจากนั้น  ยังมีกระจกเงาติดตั้งเหนืออ่างล้างหน้า  ราวสำหรับแขวนผ้า ที่วางสบู่ และที่ใส่กระดาษชำระ   พื้นห้องน้ำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กปูด้วยหินขัด  หรือมิฉะนั้นก็ใช้กระเบื้องโมเสกชนิดเล็ก  ผนังของห้องมักนิยมปูด้วยกระเบื้องเคลือบ ขนาด ๑๐เซนติเมตร  x  ๑๐ เซนติเมตร หรือ ๑๕ เซนติเมตร x ๑๕ เซนติเมตร  และปูสูงจากพื้นระยะ ๑.๕๐ เมตร น้ำชักโครกจะพาสิ่งสกปรกไหลไปยังบ่อเกรอะ  และมีท่อต่อจากบ่อเกรอะไปยังบ่อซึม น้ำอาบ น้ำล้างหน้า จะไหลไปยังท่อน้ำทิ้ง ซึ่งจะต่อเข้ากับท่อระบายน้ำ   ซึ่งระบายน้ำฝนต่อออกไปยังท่อระบายน้ำของถนนหน้าบ้าน

          เพื่อความสะดวก  ห้องน้ำชั้นบนมักจะถูกจัดไว้ให้ติดกับห้องนอน โดยมีประตูปิดระหว่างห้องทั้งสอง   บ้าน ๒ ชั้นมักมีห้องน้ำอยู่ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ห้องน้ำต้องมีช่องแสงสว่าง และช่องระบายอากาศให้อากาศถ่ายเทได้

          บ้านตามชนบท   นิยมทำห้องน้ำและห้องส้วมแบบประหยัดเสียค่าใช้จ่ายน้อย   ห้องน้ำและห้องส้วมบางบ้านก็จัดไว้เป็นห้องเดียวกัน  โดยมีผนังกั้นแยกส่วน    บางบ้านจัดแยกไว้คนละห้องพื้นห้องน้ำและห้องส้วมจะต้องทำให้สูงกว่าระดับดินบริเวณบ้านทั้งนี้เพื่อให้น้ำที่ใช้แล้วไหลไปยังบ่อพักหรือบ่อเกรอะได้รวดเร็วไม่ค้างขังอยู่ในท่อ

          เราทำพื้นห้องน้ำโดยใช้อิฐหักลงหนาประมาณ ๑๐ เซนติเมตร  แล้วกระทุ้งให้แน่น   ต่อจากนั้นก็ผสมคอนกรีตส่วนผสม๑ : ๒ : ๔ เททับลงบนอิฐหัก  ให้ความหนาของพื้นอยู่ระหว่าง  ๘ - ๑๐ เซนติเมตร ในการเทคอนกรีตบางครั้งก็นิยมผูกเหล็กเป็นตะแกรง โดยใช้เหล็กขนาดศูนย์กลาง  ๖  มิลลิเมตร   ผูกระยะห่าง ๑๕  - ๒๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง  วางตะแกรงเหล็กให้ต่ำจากผิวบนของคอนกรีตประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร เหล็กเสริมที่ใส่นี้จะช่วยป้องกันมิให้พื้นคอนกรีตแตกร้าวเนื่องจากการขยายตัวและหดตัว ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ บางบ้านอาจทำพื้นห้องน้ำโดยใช้ปูนทรายส่วนผสม๑:๓  เทหนาประมาณ ๕-๘ เซนติเมตร ก็ใช้ได้ ผนังห้องน้ำมักจะใช้ฝาไม้ตีติดกับเคร่าฝา จะใช้ผนังกระเบื้องกระดาษก็ได้ภายในห้องจะต้องมีก๊อกน้ำอยู่อย่างน้อย ๑ ก๊อก   และบางครั้งก็ติดตั้งฝักบัวอีก  ๑  ฝักสำหรับใช้อาบน้ำ   ส่วนก๊อกน้ำนั้นใชประโยชน์ในการนำไปใช้ในการซักฟอกเสื้อผ้า หลังคาห้องน้ำมุงด้วยสังกะสีหรือกระเบื้องลอน

          สำหรับห้องส้วมแบบประหยัดนั้น  เขาจะขุดดินลงไปลึกประมาณ ๑.๐๐  - ๑.๕๐ เมตร ให้มีความกว้างประมาณ  ๘๐เซนติเมตร   ซึ่งโตพอฝังถังส้วมชนิดสี่เหลี่ยมหรือชนิดกลมได้ ตั้งแต่ ๓ - ๕ ถัง เรียงต่อกันจากก้นหลุมขึ้นมาบ่อที่กล่าวนี้เรียกว่า บ่อเกรอะ หลังจากขุดบ่อเกรอะแล้ว ช่างจะขุดบ่อซึมขึ้นมาอีกบ่อหนึ่ง โดยอยู่ใกล้กับบ่อเกรอะและมีขนาดไล่เลี่ยกันช่างปูนจะก่ออิฐโปร่งขึ้นภายในบ่อซึม สำหรับให้น้ำที่ต่อมาจากบ่อเกรอะมาถึงบ่อนี้ได้มีโอกาสซึมไปใต้ดินได้โดยทั่ว ท่อที่เชื่อมระหว่างบ่อเกรอะกับบ่อซึมนี้   อาจใช้ท่อเหล็กหรือท่อกระเบื้องขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางควรโตประมาณ ๑๐  เซนติเมตร  ฝังให้ลึกจากดินประมาณ  ๒๐  - ๓๐ เซนติเมตร   สำหรับบ่อซึมนั้นจะต้องทำฝาปิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เศษดินทรายตกลงไปในบ่อได้   บ่อเกรอะนั้นก็จะเป็นส่วนที่อยู่ภายในห้องส้วม มีที่นั่งถ่ายตั้งอยู่บนฝาบ่อซึ่งเจาะรูโตไว้  พื้นห้องส้วมก็สูงจากพื้นดินประมาณ ๒๐ - ๓๐  เซนติเมตร  ส่วนที่นั่งถ่ายจะสูงจากพื้นห้องขึ้นไปประมาณ ๒๐ เซนติเมตร  เพื่อให้การรดน้ำสิ่งปฏิกูลในที่นั่งถ่ายเป็นไปโดยสะดวก   ควรจะมีการติดตั้งท่ออากาศ โดยใช้ท่อน้ำประปาโตประมาณ นิ้ว  โดยต่อเข้ากับตอนบนของบ่อเกรอะทั้งนี้เพื่อให้ก๊าซที่เกิดจากการหมักหมมของอุจจาระ ได้มีโอกาสลอดออกไปได้ ซึ่งจะเป็นการลดความดันของก๊าซในบ่อเกรอะ ทำให้น้ำที่เราราดไหลลงในบ่อเกรอะพร้อมอุจจาระได้สะดวก ภายในห้องส้วมจะมีที่ติดกระดาษชำระแขวนไว้ และมีโอ่งน้ำขนาดเล็กพร้อมขันตักน้ำชำระ
[กลับหัวข้อหลัก]

ห้องน้ำแบบต่างๆ ของอาคารบ้านเรือน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การติดตั้งท่อระบายน้ำ

          น้ำที่ใช้ซักฟอกเสื้อผ้า   ชำระร่างกาย   ล้างถ้วยล้างชามรวมทั้งน้ำฝนที่ตกลงมาในบริเวณบ้าน  จะต้องได้รับการระบายให้ออกไปยังท่อระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งอยู่ ๒ ข้างของถนนที่ตัดผ่านหน้าบ้านของเรา  เรามักสร้างบ่อพักน้ำเสียขึ้นชิดรั้วบ้านทางด้านติดถนน   แล้ววางท่อระบายน้ำไว้โดยรอบบริเวณบ้าน  โดยใช้ท่อโตประมาณ  ๑๕ -  ๒๐  เซนติเมตร  วางให้มีความลาดชัน ประมาณ ๑ : ๒๐๐ - ๑ : ๕๐๐ และมีบ่อพักขนาดเล็กรับน้ำเป็นช่วงๆ ช่วงหนึ่งไม่ควรยาวเกิน ๖ เมตร   บ่อพักรับน้ำนี้เป็นบ่อคอนกรีตหรือบ่อก่ออิฐโบกปูนก็ได้ ขนาดของบ่อมีขนาดวกว้างยาว ประมาณ ๓๐  เซนติเมตร  x  ๔๐  เซนติเมตร      ก้นบ่อลึกประมาณ  ๕๐  เซนติเมตร    มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมรูปร่างคล้ายหีบ  โดยมีฝาปิดบ่อพักเป็นรูปตะแกรงเหล็กรับน้ำ    ผิวบนของฝาตะแกรงเหล็กอยู่ต่ำกว่าระดับดิน ๒-๕ เซนติเมตร  เมื่อท่อระบายน้ำตันเพราะมีดินทรายเข้ามาอุด เขาก็จะเปิดฝาบ่อพักเพื่อโกยดินทรายในบ่อพักออก แล้วใช้ลวดหรือเหล็กเส้นขนาดเล็ก   ปลายข้างหนึ่งผูกเศษผ้าหรือเศษกระสอบป่านแยงไล่ดินทรายที่เข้ามาอุดในท่อ อันเป็นเหตุให้น้ำระบายไหลไม่สะดวกเมื่อดินทรายหลุดออกไปหมดแล้ว น้ำเสียในท่อก็จะไหลได้สะดวกน้ำใช้ทั้งหลายจะไหลมาทางท่อน้ำทิ้งลงไปยังบ่อพักบ่อใดบ่อหนึ่งของท่อระบายน้ำที่วางไว้รอบบ้าน    ฝนที่ตกลงยังบริเวณบ้านก็จะไหลไปลงบ่อพักเช่นเดียวกัน แล้วจะไหลมารวมกันยังบ่อพักซึ่งอยู่ชิดรั้วด้านถนน   จากนี้จึงต่อท่อระบายน้ำจากบ่อพักอันนี้ไปยังท่อระบายน้ำสาธารณะ

          ในกรณีที่ไม่มีท่อระบายน้ำสาธารณะฝังหน้าบ้าน เราก็อาจจะต่อท่อน้ำทิ้งดังกล่าวให้ลงไปยังคู คลอง ที่พอจะระบายน้ำทิ้งได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

[กลับหัวข้อหลัก]

รางรับน้ำฝนและระบบการระบายน้ำเสีย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายนิวัตต์ ดารานันทน์

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > การก่อสร้างบ้านตึก