สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3 > การแก้ไขปัญหาป่าไม้
การแก้ไขปัญหาป่าไม้  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
 
การแก้ไขปัญหาป่าไม้ โดย นายดุสิต พานิชพัฒน์ และ นายสง่า สรรพศรี
          ๑. การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการที่ชาวเขาทำลายป่าและต้นน้ำลำธาร อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ  สังคม และการเมืองนี้ มีหน่วยราชการหลายหน่วยดำเนินการอยู่ คือ กรมป่าไม้ ปลูกสร้างสวนป่าในบริเวณที่ป่าถูกทำลาย กรมประชาสงเคราะห์   ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาในเขตท้องที่จังหวัดที่มีชาวเขาอยู่หนาแน่น  จำนวน  ๑๑ แห่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางจัดส่งหน่วยชาวเขาเคลื่อนที่ออกไปพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา  โครงการพระธรรมจาริก  กรมพัฒนาที่ดิน  โดยสำนักงานที่ดินเขต  ๖ เชียงใหม่ ดำเนินการสำรวจดิน  พัฒนาที่ดิน  อนุรักษ์ดินและน้ำ ในที่ดินที่จัดให้ชาวเขาและชาวไทยในที่ราบ  กรมส่งเสริมการเกษตร และมหาวิทยาลัยต่าง  ๆ  ได้ส่งเสริมให้ชาวเขานำพืชเมืองหนาวที่มีราคามาปลูกทดแทนขึ้น  ที่สำคัญก็คือ  โครงการพัฒนาต้นน้ำหรือแผนไร่นา  ป่าผสมตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึง  ๗๑  โครงการ  ถ้าหากโครงการต่าง ๆ ได้รับการสนับสนุนในด้านงบประมาณและ ความร่วมมือจากชาวเขาเป็นอย่างดีแล้ว  ก็จะสามารถแก้ไขได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานอยู่บ้าง

          ๒. การแก้ไขปัญหาป่าไม้ในที่ราบหรือที่เนินซึ่งถูกทำลายเพื่อทำไร่พืชผลเศรษฐกิจ  จนป่าเสื่อมโทรมลงนั้น กองจัดที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ก็ดำเนินการสอบสวนสิทธิของราษฎรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จัดที่ดินป่าสงวนที่เสื่อมโทรมให้ราษฎรได้เข้าอยู่อาศัยในรูปหมู่บ้านป่าไม้เพื่อให้มีที่ทำกิน และได้แรงงานปลูกป่าขึ้นทดแทนป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ปรากฏว่า ได้มีเกษตรกรหลายรายขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในป่าสงวนที่เสื่อมโทรม เพื่อปลูกป่าและทำกสิกรรมไปด้วย

          ๓. ปัญหาการลักตัดไม้เพื่อทำฟืน  เผาถ่าน และทำไม้ออกป้อนความต้องการของโรงเลื่อยและเป็นสินค้า  กรมป่าไม้ก็ได้แก้ไขโดยปรับปรุงการอนุญาตแบบรายย่อยหรือผูกขาดไปเป็นสัมปทานระยะยาว  ทั้งป่าเลนและป่าบก มีบริษัททำไม้จังหวัดที่เป็นผู้รับอนุญาตก็ได้ป้องกันรักษา และปลูกป่าให้ด้วย ทั้งยังได้นำเงินผลกำไรประมาณร้อยละ  ๑๐-๑๕ บำรุงสาธารณูปโภคท้องที่ที่ป่านั้น ๆ   ตั้งอยู่ นับว่าได้ผลดีพอสมควร

สภาพป่าที่ถูกทำลายเพื่อทำไร่พืชผลจนเสื่อมโทรม

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การปลูกสวนป่า

          กรมป่าไม้  องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้  บริษัททำไม้จังหวัด ฯลฯ ได้ปลูกสวนป่าตั้งแต่ต้นจนถึงปี  ๒๕๒๖ ได้ประมาณ ๓ ล้านไร่ โครงการป่าชุมชนที่ส่งเสริมให้ราษฎรและชาวไร่ปลูกป่าในที่รกร้างว่างเปล่าหรือที่หัวไร่ปลายนา  เมื่อดำเนินการเต็มรูปแล้ว  ปัญหาเรื่องการขาดแคลนไม้  ไม้ฟืน และไม้ใช้สอย  ก็จะบรรเทาเบาบางลงได้
          อย่างไรก็ดี การที่จะป้องกันรักษาป่าไม้อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติล้ำค่าของเรานั้น จำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยราชการและประชาชนทุกฝ่าย มิฉะนั้น  ป่าไม้จะต้องหมดไปจากประเทศไทยอย่างไม่มีปัญหา
          การให้การศึกษาอบรมแก่เยาวชนทุกระดับชั้น เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าทุกประเภท  โดยกำหนดเป็นหลักสูตรการศึกษานับตั้งแต่ ชั้นประถมขึ้นไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้นักเรียนนักศึกษาได้มีโอกาสไปเห็น  หรือสัมผัสของจริงหรือฝึกงานในภูมิประเทศ  จึงจะเกิดความประทับใจขึ้นอย่างจริงจัง  สื่อมวลชนอันได้แก่  หนังสือพิมพ์  วิทยุกระจายเสียง  และวิทยุโทรทัศน์  นับว่ามีบทบาทสำคัญมากที่จะช่วยทำให้ประชาชนได้ทราบและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและให้ความร่วมมือกับรัฐในการอนุรักษ์ยิ่งขึ้น
          นอกเหนือจากมาตรการที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติที่กระทรวงต่าง ๆ  ถือปฏิบัติอยู่ให้สอดคล้องไม่ขัดแย้งซึ่งกันและกัน ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายจะสงวนและรักษาป่าไม้ไว้ให้ได้ร้อยละ ๔๐ ของเนื้อที่ประเทศ ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายจะเปิดที่ป่าไม้เพื่อให้ราษฎรทำกิน กระทรวงคมนาคมตัดเส้นทางผ่านป่าไม้ที่สมบูรณ์ โดยมิได้วางแผนการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ทำให้ป่าไม้สองข้างทางคมนาคมถูกบุกรุกทำลายอย่างรุนแรงเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเพาะปลูก  กระทรวงอุตสาหกรรมอนุญาตให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากพืชผลทางการเกษตร  เช่น  โรงงานแป้งมันสำปะหลัง โรงงานน้ำตาล โดยมิได้ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ป่าที่สมบูรณ์จึงถูกบุกรุกทำลายเป็นไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อยเป็นจำนวนมาก   นโยบายของกระทรวงต่าง ๆ  เหล่านี้ หากมีการประสานงานและวางแผนร่วมกันอย่างจริงจังแล้ว ความเสียหายต่อป่าไม้ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น
          นอกจากนี้ รัฐจะต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในบรรดาไม้ที่ผลิตออกมาใช้ประโยชน์หรือเป็นสินค้านั้น  จะต้องมาจากป่าที่ปลูกโดยเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นลำดับ เช่น  จากร้อยละ ๑๐ ไปจนถึง ร้อยต่อร้อย ในเวลา ๕๐ ปี เป็นอย่างช้า  สวนป่าธรรมชาตินั้นควรให้ลดการทำไม้ลงจนในที่สุดไม่ให้มีการทำไม้ออกเลย แล้วเก็บรักษาป่าธรรมชาติเหล่านั้นไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเพื่อประโยชน์ต่อการป้องกันตันน้ำลำธาร
          การที่จะเพิ่มผลิตผลจากป่าปลูกเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตนั้น เอ็ม เดอ  แบกเคอร์ (M.de Backer) และ เค  โอเพนชอว์ (K.Openshaw) ผู้เชี่ยวชาญแห่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้เข้ามาสำรวจและศึกษาถึงแนวโน้มของการใช้ไม้ในประเทศไทยเมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๑๓ - ๒๕๑๕ ได้สำรวจและคำนวณว่า การใช้ไม้แปรรูป  ไม้ทำเชื้อเพลิง ไม้เสา ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓  มีอยู่ ๕๕.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร   ไม้อัดประเภทต่าง ๆ และกระดาษ  และวัตถุจากกระดาษ ๒๔๐,๐๐๐  เมตริกตัน  และจะเพิ่มไปเป็น ๘๐.๑ ล้านลูกบาศก์เมตร และ  ๑ ล้านเมตริกตัน ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ตามลำดับ เมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๓ การใช้ไม้ประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น  ๙๘.๘  ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนจำพวกไม้อัดและกระดาษจะเพิ่มเป็น ๓.๘ ล้านเมตริกตัน จึงได้เสนอแนะต่อรัฐบาลว่า เพื่อให้มีไม้ท่อนป้อนความต้องการอย่างเพียงพอ  ให้เร่งปลูกป่าด้วยพรรณไม้มีค่า เช่น  ไม้สัก  ประดู่ มะค่าโมง  และอื่น ๆ ในอัตราปีละ ๕,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐  เฮกตาร์ จนสิ้นศตวรรษที่ ๒๐ นี้ สำหรับไม้เพื่อทำเชื้อเพลิงนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ปลูกป่าด้วยพรรณไม้ที่เหมาะสมสำหรับทำฟืนหรือเผาถ่าน ให้สามารถผลิตไม้ได้ปีละ ๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ ๑ ล้านเฮกตาร์ โดยปลูกปีละ ๑๐,๐๐๐  เฮกตาร์  แล้วเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ  ขณะเดียวกันก็ชักชวนให้ชาวไร่ชาวนา  ปลูกพรรณไม้โตเร็วตามพื้นที่หัวไร่ปลายนา  เพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับไม้ที่ใช้ทำเยื่อกระดาษนั้น จะต้องเร่งรัดให้มีการปลูกไม้โตเร็ว  เช่น ไม้ตระกูลสนซึ่งมีรอบตัดฟัน ๑๐-๑๒ ปี ในเนื้อที่ ๓๕๐,๐๐๐ เฮกตาร์ โดยปลูกปีละ ๘,๐๐๐ เฮกตาร์  แล้วเพิ่มขึ้นไปเป็นลำดับ เพื่อให้ได้ไม้ทำเยื่อกระดาษปีละ ๒.๕ - ๓ ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี
          การปลูกสร้างสวนป่าดังกล่าวข้างต้นนี้  มิใช่แต่เพียงจะทำให้มีไม้เพียงพอต่อความต้องการ โดยไม่ต้องเสียเงินตราต่างประเทศ   จากการสั่งไม้หรือวัตถุที่ทำจากไม้มาใช้แล้ว ป่าไม้ที่ปลูกขึ้นนั้นจะอำนวยประโยชน์ทางอ้อม เช่น ช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ อันเป็นประโยชน์ต่อการเกษตร แล้วยังช่วยทำให้ดินฟ้าอากาศไม่แปรปรวนไปในทางเลวร้ายอีกด้วย ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายหรือทุนที่ลงไปในการสร้างสวนป่านั้น  ยังได้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยถึงร้อยละ  ๖ - ๗ / ปี ยิ่งเป็นพรรณไม้มีค่า เช่น ไม้สัก ดอกผลก็จะเพิ่มไปถึงร้อยละ  ๑๐ / ปีทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยชาวชนบทให้มีงานทำถึงปีละ  ๗๐,๐๐๐- ๓๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งก็เท่ากับป้องกันมิให้ประชาชนหลั่งไหลไปหางานทำในเมืองหลวง  การปลูกสร้างสวนป่านี้  นอกจากรัฐจะใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเงินกู้จากต่างประเทศแล้ว  ควรชักชวนหรือส่งเสริมให้เอกชนหรือบริษัทที่ใช้ไม้เป็นวัตถุดิบ หรือเป็นเชื้อเพลิง ได้ลงทุนในการปลูกสร้างสวนป่า   เพื่อป้อนความต้องการของคน   ซึ่งปัจจุบันได้มีผู้ลงทุนปลูกสร้างสวนป่าไม้โตเร็ว เช่น สนประดิพัทธ์ และยูคาลิปตัสกันแล้วหลายแสนไร่ 
          ปัญหาสำคัญที่สุดในการปลูกสวนป่า  โดยใช้พื้นที่อันกว้างใหญ่นี้ก็คือ ที่ดินที่จะใช้ปลูกจะได้มาจากที่ไหน  ปัญหาเรื่องนี้   อาจแก้ไขด้วยการที่รัฐจะต้องรีบเร่งสำรวจจำแนกประเภทและสมรรถนะของที่ดิน  ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการมาบ้างแล้วให้จริงจังขึ้น  เพื่อที่จะได้ทราบและกำหนดให้เป็นการแน่นอนลงไปว่า  ที่ดินจุดใดบริเวณใดควรสงวนไว้เพื่อการป่าไม้  การเลี้ยงปศุสัตว์ การเพาะปลูก พรรณไม้ยืนต้น หรือพืชล้มลุก บริเวณใดควรสงวนไว้เพื่อการทำเหมืองแร่  แล้วจะต้องอาศัยกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ประมวลกฎหมายที่ดินให้ได้ที่ดินคืนมาเป็นของรัฐ และขณะเดียวกันก็
ควรมีการตรากฎหมายออกใช้บังคับให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมให้การใช้ที่ดินเป็นไปตามที่ได้จำแนกไว้โดยเคร่งครัด สำหรับที่ดินที่มีการพังทลายมาก ก็จะต้องบังคับให้ใช้วิธีเพาะปลูกที่สามารถอนุรักษ์ที่ดินและน้ำได้ด้วย

(ดูเพิ่มเติม เรื่อง การทำไม้ และเรื่อง ผลิตผลป่าไม้)


[กลับหัวข้อหลัก]

ป่าไม้ที่สมบรูณ์


ป่าสัก จังหวัดลำปาง


ป่าพลวง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายดุสิต พานิชพัฒน์
• นายสง่า สรรพศรี

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กระดาษ
การจำแนกแมลงตามความเสียหายที่ฝ้ายได้รับ
การตกมันของช้าง
การตากข้าว
การบำรุงรักษาสวน
การแพร่กระจายพันธุ์ของวัชพืช
ประวัติฝ้าย
ประวัติและถิ่นฐานดั้งเดิมของข้าวโพด
เพลี้ยจักจั่น
เพลี้ยอ่อน
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3 > การแก้ไขปัญหาป่าไม้