สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก > สำนักพระราชวัง
สำนักพระราชวัง  
 

 
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
 
สำนักพระราชวัง โดย นายวุฒิ สุมิตร
          สำนักพระราชวังเป็นหน่วยงานราชการที่มีประวัติของการวิวัฒนาการมาตั้งแต่พุทธศักราช๑๘๙๓ เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีและทรงจัดระเบียบการปกครองภายในราชธานีออกเป็น ๔ แผนก เรียกรวมกันว่า  “จตุสดมภ์”  ซึ่งแปลว่า “หลักทั้ง ๔” คือ เมือง (เวียง) วังคลัง  และนา  หัวหน้าจตุสดมภ์ทั้ง ๔ มีตำแหน่งเป็น “ขุน”

          แผนกที่เรียกว่า  “วัง” อันเป็นต้นกำเนิดของสำนักพระราชวังนี้ มีหน้าที่ดูแลฝ่ายพระราชสำนัก และช่วยแบ่งเบาภาระของพระมหากษัตริย์ในหน้าที่ตุลาการ โดยมี  “ขุนวัง” เป็นหัวหน้า

          ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  (พุทธศักราช ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปรับปรุงระเบียบการปกครองใหม่ โดยแยกการทหารและการพลเรือนออกจากกันเป็นครั้งแรกคือ “สมุหพระกลาโหม” บังคับการฝ่ายทหารทั่วไป และ  “สมุหนายก” บังคับการฝ่ายพลเรือนทั่วไป มีตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดีเสมอกัน นอกจากนี้ ยังมีจตุสดมภ์อีก ๔ กรม  คือ กรมเมือง(กรมเวียง) กรมวัง กรมคลัง และกรมนา ซึ่งมีตำแหน่งรองลงมาคือ เสนาบดี

          ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเป็นต้นมานั้น  “กรมวัง” มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบต่อทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพระราชสำนัก รวมทั้งการซ่อมแซมพระบรมมหาราชวัง การพระราชพิธีต่างๆ  การตรวจสอบดูแลขุนนางทั้งหมดที่จะเข้ามาในพระบรมมหาราชวัง ยกเว้นมหาดเล็ก ควบคุมพระราชทรัพย์พิเศษที่เกี่ยวกับพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนดูแลแจกจ่ายทาสและไพร่ไปทำงานในวัดหลวง นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ในหน้าที่ตุลาการและมีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้ง  “ยกกระบัตร” ออกไปประจำอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ เมืองละคนโดยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้พิพากษาประจำหัวเมืองและเป็นผู้ดูแลตรวจสอบข้าหลวง อีกทั้งยังมีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้ง “หลวงวัง” ที่มีหน้าที่ดูแลกิจการภายในจวนข้าหลวงนั้น ออกไปประจำตามหัวเมืองอีกด้วย

          “กรมวัง”  ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็นกรมย่อย ๆ  หลายกรม อาทิ กรมพระตำรวจวัง  (ตำรวจ เป็นบรรดาศักดิ์ของเขมรโบราณ หมายถึง ขุนนางที่มีหน้าที่รับใช้พระมหากษัตริย์ หรือองครักษ์ของพระมหากษัตริย์) กรมพระราชยาน  กรมอาวุธหลวง  กรมฉางข้าวหลวง  และกรมสวนหลวง

          สำหรับตำแหน่งเสนาบดีกรมวังนั้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีบรรดาศักดิ์หรือราชทินนามเป็น  “พญาธรรมาธิบดี” แต่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็น  “เจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์” ใช้ตราเทพยดาขี่พระนนทิการ (พระโคเผือก) เป็นตราประจำตำแหน่ง

          การจัดระเบียบการปกครองที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงวางระเบียบไว้นั้น  ยังคงยึดถือปฏิบัติกันต่อมาตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยากรุงธนบุรี  และกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นเวลานานกว่า ๔๐๐ ปี จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดระเบียบราชการบริหารแบบกระทรวง  ทบวงกรม  ขึ้นโหม่ ในส่วนของการบริหารราชการส่วนกลางนั้น ได้มีพระบรมราชโองการประกาศตั้งกระทรวงต่างๆ  ออกเป็น ๑๒  กระทรวง  เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศกราช ๒๔๓๕ และทรงพระกรุณาโปรดเก ล้าโปรดกระหม่อมให้ยุบเลิกตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและเสนาบดีจตุสดมภ์ ให้มีเสนาบดีรับผิดชอบการบริหารราชการแต่ละกระทรวงเสมอกัน ดังนั้น  “กรมวัง” จึงถูกยกฐานะขึ้นเป็นกระทรวง เรียกว่า  “กระทรวงวัง” มีหน้าที่ปฏิบัติราชการในพระราชสำนักเช่นเดิม  ส่วนงานที่เกี่ยวกับการตุลาการนั้นได้โอนไปขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้ตั้งขึ้นใหม่ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมวังแต่เดิมอยู่ก่อนแล้วนั้นเป็นเสนาบดีกระทรวงวัง

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการปรับปรุงส่วนราชการต่างๆ  ในกระทรวงวัง ให้มีความเหมาะสมต่อราชการในพระองค์เพิ่มขึ้น อาทิ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งกรมสังกัดกระทรวงวัง  ๒๐ กรม คือ กรมบัญชาการ  กรมสารวัตรใน  พระราชสำนัก  กรมทะเบียน  กรมปลัดบัญชี  กรมคลังราชการ  กรมพระราชพิธี  กรมภูษามาลา  กรมสนมพลเรือน  กรมวัง  กรมรองงาน  กรมช้างต้น  กรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์  กรมทหารรักษาวัง  กรมพระนิติศาสตร์  กรมศิลปากร  กรมธรรมการ  กรมสังฆการี กรมกัลปนากรมราชบัณฑิต  และกรมวังในพระราชสำนักสมเด็จพระพันปีหลวง

          สำหรับตราประจำตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวังนั้น  ในปีพุทธศักราช  ๒๔๕๖  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้มีประกาศพระบรมราชโองการให้ยกเลิกตราเทพยดาขี่พระนนทิการ (พระโคเผือก)  ที่ใช้มาแต่เดิม และให้ใช้ตราพระมหาเทพทรงพระนนทิการ (พระโคเผือก)  สำหรับเสนาบดีกระทรวงวังใช้ประทับในสารตราแห่งกิจราชการแทน ส่วนตราประจำตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวังที่ใช้ประทับในกิจการอื่นๆ  นั้น ให้ใช้ตราพระนนทิการน้อย ซึ่งเป็นลายพระนนทิการยืนแท่น

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนกรมธรรมการ กรมสังฆการี  กรมราชบัณฑิต  กรมกัลปนา  และกรมศิลปากรไปสังกัดกระทรวงธรรมการ  และยุบฐานะกรมมหาดเล็กหลวงลงเป็นกรมสามัญ สังกัดกระทรวงวังตามเดิม

         เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพุทธศักราช  ๒๔๗๕  แล้ว  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศพระบรมราชโองการเปลี่ยนชื่อกระทรวงวังเป็น “ศาลาว่าการพระราชวัง” และตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวังเป็น  “ผู้สำเร็จราชการพระราชวัง”  ศาลาว่าการพระราชวังนี้ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวงและมีหน้าที่บริหารราชการในพระราชสำนัก แบ่งส่านราชการออกเป็น ๑๐ กรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พุทธศักราช  ๒๔๗๖ คือ กรมราชเลขานุการในพระองค์  กรมปลัด กรมวัง กรมพระราชพิธี กรมโขลนกรมวังนอก กรมมหาดเล็กหลวง กรมราชพาหนะกรมทหารรักษาวัง และกรมพระคลังข้างที่

          ในวันที่ ๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๖  ศาลาว่าการพระราชวังได้เปลี่ยนมาเป็นกระทรวงวังดังเดิม ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม พุทธศักราช ๒๔๗๖ มีอำนาจ และหน้าที่เกี่ยวกับราชการในพระราชสำนัก และแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๗ กรม คือ สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมทหารรักษาวัง กรมพระคลังข้างที่  กรมมหาดเล็กหลวง กรมราชเลขานุการในพระองค์และกรมวัง แต่ในปีต่อมา สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นสมควรให้ยกกรมทหารรักษาวังออกจากหน้าที่ราชการกระทรวงวัง และให้ยุบกรมมหาดเล็กหลวงและกรมวังไปรวมอยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวง ตังนั้น กรมโนสังกัดกระทรวงวังจึงเหลือเพียง ๔ กรมเท่านั้น

          ปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร  กระทรวงวังได้ยุบฐานะลงมาเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเทียบเท่ากรม และเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวัง มีอำนาจหน้าที่จัดการพระราชวัง ตลอดจนการดูแลรักษาทรัพย์สินและผลประโยชน์ของพระมหากษัตริย์และอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี มีเลขาธิการพระราชวังรับผิดชอบในการบริหารราชการ ได้แบ่งส่วนราชการเป็น ๔ กอง คือสำนักงานเลขานุการ  กองมหาดเล็ก  กองวังและพระราชพิธี  และสำนักงานพระคลังข้างที่

          ในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินนิวัตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาประทับในราชอาณาจักรเป็นการถาวร ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๔ แล้วนั้นสำนักพระราชวังจึงได้เพิ่มจำนวนกองมากขึ้นโดยลำดับ เพื่อรองรับพระราชกรณียกิจต่างๆ  มากมายที่ต้องทรงปฏิบัติในฐานะองค์พระประมุขของประเทศ

          ปัจจุบัน  สำนักพระราชวังยังคงเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเทียบเท่ากรม อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และยังคงทำหน้าที่จัดการพระราชวัง  ตลอดจนดูแลรักษาทรัพย์สินและผลประโยชน์ของพระมหากษัตริย์เช่นเดิม ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักพระราชวัง พุทธศักราช ๒๕๓๗ นั้นได้กำหนดให้สำนักพระราชวังมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
          ๑.  ถวายความสะดวก ความปลอดภัยแด่พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์
          ๒.  ปฏิบัติงานในพระองค์พระมหา กษัตริย์ตามพระราชประสงค์
          ๓.  ปฏิบัติงานในพระองค์พระบรมวงศานุวงศ์
          ๔.  ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจรักษาพยาบาลถวายพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์
          ๕.  ดูแลรักษาและบูรณะซ่อมแซมเครื่องราชภัณฑ์ราชูปโภค และปูชนียสถานต่างๆ  ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง
          ๖. จัดการและปฏิบัติงานพระราชพิธี รัฐพิธี  การพระราชกุศลต่าง ๆ ตลอดจนงานเสด็จพระราชดำเนิน
          ๗. จัดการกองทุนต่างๆ และผลประโยชน์ทรัพย์สินของกองทรัพย์ วัดวาอารามที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง และที่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนทรัพย์สินของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ฝากไว้โดยพระบรมราชานุมัติ
          ๘. ควบคุมดูแลรักษาและบูรณะซ่อมแซมพระราชฐานต่างๆ ตลอดจนวัดหลวง สุสานหลวงและอาคารสถานที่  ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง รวมทั้งพระราชพาหนะ
          ๙. จัดสวัสดิการเจ้าหน้าที่ในสังกัดตั้งแต่ที่พักอาศัย  สโมสรข้าราชบริพาร ตลอดจนฌาปนกิจสงเคราะห์
          ๑๐.  ปฏิบัติการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงานในสังกัด  ตลอดจนจัดฝึกอบรมบุตรหลานของผู้ปฏิบัติงานในสังกัด เพื่อให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าแก่สังคมและประเทศชาติต่อไป
          ๑๑. เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย อาทิ การจัดพิพิธภัณฑ์พระแสงปืนและอาวุธปืนโบราณ  พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ และพิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นต้น
          ๑๒. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักพระราชวังหรือตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม


พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดิมคือ กระทรวงมุรธาธร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การแบ่งส่วนราชการของสำนักพระราชวัง

          ในปัจจุบัน  สำนักพระราชวังได้แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๑๓  กอง  ดังนี้

          ๑. สำนักงานเลขานุการกรม
          มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานสารบรรณของสำนักพระราชวัง งานช่วยอำนวยการและงานเลขานุการของสำนักพระราชวัง การจัดทำทะเบียนพระบรมวงศานุวงศ์  ทะเบียนตราตั้งพระราชทาน  และทะเบียนอื่นๆ  ตลอดจนทะเบียนราษฎร์ของสำนักพระราชวัง  งานกฎหมายและระเบียบ  งานนิติกรรมและสัญญาประชาสัมพันธ์การปฏิบัติราชการของสำนักพระราชวัง  งานห้องสมุด  และงานอื่นๆ  ที่มิได้แยกเป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะสำนักงานเลขานุการกรม  ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น  ๕  ฝ่าย  คือ ฝ่ายสารบรรณฝ่ายทะเบียน  ฝ่ายรักษาเอกสารและห้องสมุดฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ และฝ่ายกฎหมาย

           ๒. กองธุรการที่ประทับ
           มีหน้าที่และความรับผิดชอบงานธุรการทางพระราชฐานที่ประทับ การจัดซื้อสิ่งของที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์ และสิ่งของที่พระราชทานแก่ราษฎร  ตรวจสอบใบสำคัญ และทำบัญชีค่าใช้จ่ายที่เบิกจ่ายจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ การออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง กับบูรณะซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคของพระที่นั่ง  พระตำหนัก  ตลอดจนอาคารสถานที่  ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง การบันทึกภาพนิ่ง ภาพยนตร์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ วิดีทัศน์ส่วนพระองค์และจัดทำรายการวิทยุของสถานีวิทยุ  อ.ส.  พระราชวังดุสิต งานโครงการส่วนพระองค์ และโครงการตามพระราชดำริต่างๆ
           กองธุรการที่ประทับแบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น ๘ ฝ่าย คือ ฝ่ายธุรการ ฝ่ายสถาปัตยกรรม  ฝ่ายการเงินส่วนพระองค์  ฝ่ายสาธารณกุศล  ฝ่ายงานส่วนพระองค์ ฝ่ายช่างโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี

            ๓. กองคลัง
           มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินการบัญชี  การงบประมาณ และการพัสดุของสำนักพระราชวัง ตลอดจนการเงินและการบัญชีของกองทุนต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวัง
          
กองคลังได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น  ๘  ฝ่าย  คือ  งานธุรการ  ฝ่ายบัญชี  ฝ่ายพัสดุ  ฝ่ายเงินเดือน  ค่าจ้าง  บำเหน็จบำนาญ  ฝ่ายการเงินฝ่ายงบประมาณ  ฝ่ายกองทุน  และฝ่ายประมวลผลด้วยเครื่องจักร

            ๔. กองการเจ้าหน้าที่
            มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดระบบงาน  และบริหารบุคคลของหน่วยงานตลอดจนงานสวัสดิการ  และการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างของสำนักพระราชวัง
            กองการเจ้าหน้าที่ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๖ ฝ่าย  คือ  งานธุรการ  ฝ่ายอัตรากำลังฝ่ายบรรจุแต่งตั้งและทะเบียนประวัติ  ฝ่ายวินัย  ฝ่ายพัฒนาบุคคล  และฝ่ายสวัสดิการ

             ๕. กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร
             มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานบริหารทั่วไป  งานมหาดเล็ก  งานชาวที่  งานห้องเครื่อง  งานตำรวจวัง  งานพระราชพิธี  งานพระราชพาหนะ  อีกทั้งงานเลขานุการ  การจัดทำหมายและกำหนดการ  จัดเตรียมการเสด็จพระราชดำเนินทั้งในประเทศและต่างประเทศเตรียมการรับรองพระราชอาคันตุกะ งานพระราชกุศล พระราชานุเคราะห์ตามพระราโชบายตลอดจนการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และปฏิบัติงานโครงการในพระองค์
            กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายพระราชวัง และฝ่ายราชเลขานุการ

            ๖. กองชาวที่
            มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อย และดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้  เครื่องประดับตกแต่งของพระที่นั่งพระตำหนัก  อาคาร  สถานที่และสิ่งก่อสร้างในเขตพระราชฐาน  ทั้งในกรุงเทพฯ  และต่างจังหวัด  ดูแลบำรุงรักษาพื้นที่  และจัดแต่งต้นไม้ในพระบรมมหาราชวัง  ตกแต่งสถานที่และจัดดอกไม้ประดับสถานที่ต่าง ๆ  ประจำวัน ตลอดจนในงานพระราชทานเลี้ยงและงานอื่นที่จัดขึ้นในเขตพระราชฐาน นอกจากนี้ ยังจัดที่พักรับเสด็จพระราชดำเนิน และที่พักรับรองพระราชอาคันตุกะที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดขึ้น
            กองชาวที่ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น๕ ฝ่าย คือ งานธุรการ  ฝ่ายพระราชฐานที่ประทับฝ่ายพระบรมมหาราชวัง  ฝ่ายราชพัสดุ  และฝ่ายพระราชฐานต่างจังหวัด

            ๗. กองบำรุงรักษาราชอุทยาน
            มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษา ตกแต่งราชอุทยานและไม้ประดับภายในอาคาร  งานสุขาภิบาลของพระที่นั่ง พระตำหนัก  ตลอดจนอาคาร  สถานที่และสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพระราชวังนอกจากนี้ ยังดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตรส่วนพระองค์ และงานปรับปรุงขยายพันธุ์พืช
            กองบำรุงรักษาราชอุทยาน  ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น  ๔  ฝ่าย  คือ  งานธุรการ ฝ่ายสวน ฝ่ายบริหาร และฝ่ายพัฒนาและส่งเสริม

            ๘. กองพระราชพาหนะ
            มีหน้าที่และความรับผดชอบในการดูแลบำรุงรักษา การจัดใช้พระราชพาหนะ  และยานพาหนะ  ซึ่งใช้ในราชการสำนักพระราชวัง มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๕ ฝ่าย คือ งานธุรการ  ฝ่ายรถยนต์หลวง  ฝ่ายเรือยนต์หลวงฝ่ายช่างเครื่องยนต์  และฝ่ายพัสดุเครื่องยนต์

            ๙. กองพระราชพิธี
            มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสิ่งของเครื่องใช้ในการพิธี  เครื่องราชสักการะและปฏิบัติในการพระราชพิธี  พระราชกุศล  รัฐพิธีงานเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท งานเสด็จพระราชดำเนินในโอกาสต่างๆ  ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และร่วมพิจารณากับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการตรวจ  ตกแต่งสถานที่ที่จะเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเกี่ยวกับการออกหมายกำหนดการ  หมายรับสั่งและหนังสือติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดูแลรักษา และบูรณะซ่อมแซมเครื่องราชภัณฑ์  ราชูปโภค ปูชนียวัตถุ ต่างๆ  ที่เป็นของพระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่ในการพระศพ  และศพที่ได้รับพระราชทานเครื่องประกอบเกียรติยศศพ
            กองพระราชพิธีได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น  ๖  ฝ่าย  คือ  งานธุรการ  ฝ่ายราชูปโภค ฝ่ายพิธีการ  ฝ่ายศุภรัต  ฝ่ายสนมพลเรือน และฝ่ายบูรณะราชภัณฑ์

           ๑๐. กองแพทย์หลวง
           มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการถวายการตรวจรักษาพระบรมวงศานุวงศ์  ตรวจรักษาข้าราชบริพารและครอบครัว ตลอดจนผู้ป่วยที่มาขอรับการรักษาในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรมตามจังหวัดต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดแพทย์  พยาบาลและเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในงานเสด็จพระราชดำเนิน  ซึ่งจัดขึ้นในเขตพระราชฐาน
กองแพทย์หลวงได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น  ๒  ฝ่าย  คือ  ฝ่ายแพทย์หลวงสวนจิตรลดาและฝ่ายแพทย์หลวงพระบรมมหาราชวัง

           ๑๑. กองมหาดเล็ก
           มีหน้าที่และความรับผิดชอบด้านถวายการรับใช้ในองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ดูแลรักษาและจัดเตรียมเครื่องทรงฉลองพระองค์ ซึ่งทรงใช้ในงานพระราชพิธีและทรงใช้ประจำวัน  ประกอบและตั้งเครื่องเสวยประจำวัน  ณ  พระราชฐานที่ประทับ  ประกอบเครื่องเสวยและอาหารตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชทาน  จัดโต๊ะเสวยในการพระราชทานเลี้ยงพระราชอาคันตุกะและงานพระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสต่าง ๆนอกจากนี้ ยังดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้ประจำโต๊ะเสวย  ตลอดจนที่ใช้ในการพระราชทานเลี้ยงและปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่พิธีต่างๆ  ที่จัด  ณ  พระราชฐานที่ประทับ
          กองมหาดเล็กได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๖ ฝ่าย คือ งานธุรการ ฝ่ายในพระองค์  ฝ่ายมหาดเล็ก ฝ่ายวรภาชน์ ฝ่ายมหาดเล็กพิธี และฝ่ายห้องเครื่อง

           ๑๒. กองวัง
          มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยแต่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์  การรักษาความปลอดภัยในเขตพระราชฐานที่ประทับ  และสถานที่ที่เสด็จพระราชดำเนิน การรับรองพระราชอาคันตุกะ และผู้ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  การจัดวิทยากรนำชมและบรรยายแก่แขกของทางราชการ  นักเรียน  นิสิตนักศึกษาที่เข้าชมพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนการประดิษฐ์ดอกไม้สำหรับทรงนมัสการ  ทรงใช้และใช้ในงานพระราชพิธี  พระราชกุศล  และงานอื่นๆ  การเย็บปักถักร้อยสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ และใช้ในราชการสำนักพระราชวัง และประกอบอาหารในการบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสต่าง ๆ
         กองวังได้มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น๖ ฝ่าย  คือ  งานธุรการ  ฝ่ายตำรวจวัง  ฝ่ายรับรองพระบรมมหาราชวัง  ฝ่ายพระราชฐานชั้นในฝ่ายกรมวังประจำที่ประทับ และฝ่ายตำรวจหลวงรักษาพระองค์

          ๑๓. สำนักงานพระคลังข้างที่
          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์เกี่ยวกับที่มาของ  “พระคลังข้างที่”  ว่า  “หม่อมฉันเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่ากันมาว่า เดิมพระเข้าแผ่นดินโปรดให้มีกำปั่นเงินไว้ข้างพระแท่นที่บรรทมใบหนึ่ง  สำหรับทรงหยิบพระราชทานผู้ใดหรือใช้จ่ายใดโดยลำพังพระองค์เอง คือ ไม่ต้องบอกให้ผู้อื่นรู้ จะเป็นประเพณีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา  หรือมามีขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์ไม่ทราบแน่  เห็นจะเรียกกันว่าเงินข้างที่  ทำนองเดียวกับเรียกเงินที่เอาตามเสด็จไปไหนๆ ว่า เงินท้ายพระที่นั่ง  และคงแบ่งไปจากเงินพระคลังนั่นเอง...”  ต่อมา  เมื่อรวมกับเงินส่วนพระองค์ที่ทรงสะสมไว้มากเข้า  ก็กลายเป็น  “พระคลังข้างที่”
          ในครั้งนั้น  พระคลังข้างที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีท้าวทรงกันดารข้าราชการฝ่ายในเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ในปีพุทธศักราช  ๒๔๓๓  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกพระคลังข้างที่ขึ้นเป็นกรมพระคลังข้างที่ สังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติและยังคงทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดิม ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ย้ายกรมพระคลังข้างที่มาสังกัดกระทรวงมุรธาธร ต่อมา เมื่อกระทรวงมุรธาธรถูกยกเลิกไปไนปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ กรมพระคลังข้างที่จึงถูกย้ายไปขึ้นกับกรมราชเลขาธิการและต่อมาย้ายไปขึ้นกับสำนักพระราชวัง
          ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธิบดินทร กรมพระคลังข้างที่ได้เปลี่ยนฐานะเป็นสำนักงานพระคลังข้างที่ ตาม“พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการในสำนักพระราชวัง และสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ พุทธศักราช  ๒๔๗๘” และสังกัดสำนักพระราชวังมาจนปัจจุบัน

          สำนักงานพระคลังข้างที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้
          ๑.  ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและการงบประมาณเฉพาะหมวดเงินอุดหนุนงบพระมหากษัตริย์ อาทิ เงินค่าใช้จ่ายในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์  ซึ่งรัฐบาลทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเป็นรายปี เป็นต้น
          ๒.  จัดผลประโยชน์ทรัพย์สินของพระบรมวงศานุวงศ์
          ๓.  จัดผลประโยชน์ทรัพย์สินอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้อง
          ๔.  ดำเนินการด้านการเงินของมูลนิธิอานันทมหิดล และมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัฒนา
          ๕.  ควบคุมดูแล และบริหารงานของหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ  อาทิ  สำนักงานวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  สำนักงานจัดการสวนอัมพร  พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ  และพิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพพระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นต้น

          สำนักงานพระคลังข้างที่แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น ๖ หน่วยงาน คือ งานธุรการฝ่ายการเงินและการบัญชี  ฝ่ายผลประโยชน์ฝ่ายโยธา ฝ่ายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆและพระที่นั่งอภิเศกดุสิต นอกจากนี้ยังมีอีก ๒ หน่วยงานที่อยู่ในความดูแลของผู้อำนวยการพระคลังข้างที่  คือ  สำนักงานวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และสำนักงานจัดการสวนอัมพร


[กลับหัวข้อหลัก]

พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุ




สวนอัมพร

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายวุฒิ สุมิตร

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กรมราชองครักษ์
พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๕๐ พรรษา พุทธศักราช ๒๕๒๐
พระราชพิธีพิเศษในรัชกาลปัจจุบัน : พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ
พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี
พระราชลัญจกร
พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ
พระอัจฉริยภาพทางภาษาและหนังสือ
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 15
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 16
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก > สำนักพระราชวัง