๑. ภาวะมลพิษ
ก. อากาศเสีย
การแก้ไขปัญหาอากาศเสีย ปัจจุบันเน้นการแก้ปัญหาควันดำและอากาศเสียจากรถยนต์ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ โดยมีการกำหนดค่ามาตรฐานสำหรับควันดำที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล และค่ามาตรฐานสำหรับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ไว้สำหรับควบคุมดูแลไม่ให้รถยนต์ปล่อยอากาศเสียเหล่านั้นเกินมาตรฐาน โดยมีกรมตำรวจและกรมการขนส่งทางบก เป็นหน่วยงานควบคุม
การแก้ไขปัญหาให้ได้ผลอย่างจริงจังก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน โดยจะต้องมีความตื่นตัวและเข้าใจในปัญหาที่เกี่ยวกับอากาศเสีย ตลอดจนทราบถึงวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง เช่น ดูแลรักษาเครื่องยนต์ของรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดอากาศเสียแล้วยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงอีกด้วย สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ก็ต้องเห็นใจผู้อาศัยข้างเคียงโดยไม่ปล่อยอากาศเสียที่มีปริมาณความเข้มข้นของสารมลพิษสูงเกินมาตรฐานที่กำหนดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้จะช่วยในการกรองอากาศเสียได้ ดังนั้นจึงควรร่วมมือกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในเขตเมืองด้วย
๒. ปัญหาทางสังคม
ก. ชุมชนแออัด
สำหรับปัญหาชุมชนแออัดซึ่งมักเกิดขึ้นในเมืองมากกว่าในชนบทนั้น หน่วยราชการหลักที่รับผิดชอบ คือ การเคหะแห่งชาติ และองค์กรท้องถิ่น (เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานครองค์กรรับผิดชอบได้แก่ กรุงเทพมหานคร) โดยการปรับปรุงทั้งในด้านกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ได้แก่ การปรับปรุงทางด้านสาธารณูปโภค เช่น ทางเท้า ทางระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา การจัดการขยะมูลฝอย การปรับปรุงสภาพแวดล้อมชุมชน การป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งมีโครงการต่าง ๆ เช่น การฝึกอาชีพ โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และส่งเสริมให้ประชาชนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนเพื่อทำหน้าที่แทนผู้อยู่อาศัยในชุมชน ในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาชุมชน และเป็นแกนนำในการพัฒนาชุมชน นอกจากนั้นการเคหะแห่งชาติยังมีการดำเนินงานในด้านความมั่นคงในการครอบครองที่ดิน เช่น ขอความร่วมมือเจ้าของที่ดินในการทำสัญญาให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนที่การเคหะแห่งชาติเข้าไปปรับปรุงได้อยู่อาศัยต่อไปอย่างน้อย ๕ ปี เร่งรัดการออกฎหมายเกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติปรับปรุงชุมชนแออัด เป็นต้น
นอกจากการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดโดยวิธีปรับปรุงทางด้านต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นในที่ดินเดิมแล้ว ยังมีโครงการจัดหาที่อยู่ให้ใหม่สำหรับชุมชนแออัดที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยจากที่เดิม เช่น กรณีเพลิงไหม้ ถูกไล่ที่ ถูกเวนคืนที่ดิน เป็นต้น จึงเห็นได้ว่า การแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดให้ได้ผลอย่างจริงจัง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ข. การขาดแคลนพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เพื่อการนันทนาการ
ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่เพื่อการพัก-ผ่อนหย่อนใจในเขตเมืองนั้น กรุงเทพมหานครนับว่าประสบปัญหารุนแรงที่สุด อันเนื่องมาจากเป็นศูนย์กลางของประเทศในทุก ๆ ด้าน เช่น การบริหารประเทศ การพาณิชย์ การศึกษาเป็นต้น ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐมีนโยบายสนับสนุนให้พื้นที่ดังกล่าวที่มีอยู่เดิมคงสภาพไว้ให้มากที่สุด เช่น การเข้าไปดำเนินการในตำบลบางกะเจ้าและอีก ๕ ตำบลใกล้เคียงเนื้อที่ประมาณ ๙,๐๐๐ ไร่ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้เป็นพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุด และการเพิ่มจำนวนพื้นที่ดังกล่าว รัฐมีนโยบายหากเป็นการย้ายอาคารสถานที่ออกไปจากที่ดินของรัฐ รัฐก็จะปรับปรุงบริเวณเดิมนั้นให้เป็นพื้นที่สีเขียว ดังตัวอย่างของบริเวณหน้าวัดราชนัดดาราม โดยรื้ออาคารโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยแล้วปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวให้มีสวนสาธารณะรวมอยู่ด้วย สำหรับโครงการต่อ ๆไป เช่น บริเวณกรมอุตุนิยมวิทยา ถนนสุขุมวิท เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถนนมหาไชยบริเวณโรงงานยาสูบ บริเวณโดยรอบป้อมพระสุเมรุ ถนนพระสุเมรุ ซึ่งมีโครงการจะย้ายออกไปแล้วจัดบริเวณให้เป็นสวนสาธารณะ ทำให้ประชาชนได้มีพื้นที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มขึ้น ในส่วนของภาคเอกชนนั้น หากคำนึงถึงเรื่องนี้ก็สามารถจัดพื้นที่ให้โล่งว่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้นรัฐมีแนวทางการจัดการพื้นที่สีเขียวและนันทนาการทั่วทั้งประเทศ ในรูปของการจัดตั้งองค์กรเพื่อการจัดการพื้นที่สีเขียวฯ และสนับสนุนโครงการทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีผลต่อพื้นที่สีเขียว และพื้นที่นันทนาการของชุมชน
ค. แผ่นดินทรุด น้ำท่วม
ปัญหาแผ่นดินทรุดเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขโดยรีบด่วน ดังนั้น ประชาชนจึงควรให้ความร่วมมือกับทางราชการ โดยการใช้น้ำบาดาลอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาลอย่างเคร่งครัด ขณะนี้ได้มีการกำหนดมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาแผ่นดินทรุดในบริเวณเขตพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร และเขตบางเขน เขตพระโขนง เขตบางกะปิ เขตพระประแดง และเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ โดยให้ยกเลิกใช้น้ำบาดาลในเขตวิกฤติ ที่มีอัตราการทรุดของพื้นดินสูงดังกล่าว และให้มีการลดการใช้น้ำบาดาลในพื้นที่อื่น ๆ ลงด้วย ซึ่งตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล กำหนดให้ผู้ที่จะทำ การเจาะน้ำบาดาล หรือใช้น้ำบาดาล หรือระบายน้ำลงในบ่อบาดาลจะต้องได้ รับอนุญาตจากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหกรรม เสียก่อน ตลอดจนมีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้น้ำบาดาลด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]