สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20 > ลักษณะของจิตรกรรมไทยแบบประเพณี
ลักษณะของจิตรกรรมไทยแบบประเพณี  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
 
ลักษณะของจิตรกรรมไทยแบบประเพณี โดย นายสันติ เล็กสุขุม
          จิตรกรรมไทยแบบประเพณีเด่นชัดด้วยสีที่ระบายเรียบและตัดเส้นแสดงรูปร่าง แสดงรายละเอียดของภาพ ดังภาพบุคคล เช่น พระราชา เสนาบดี บ่าว ไพร่ หรือภาพสัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้ใบไม้ ทั้งหมดเขียนเพื่อให้ดูสมจริงตามเรื่องราวอันเป็นอุดมคติในพุทธศาสนา

         
งานตัดเส้นในงานจิตรกรรมไทยมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะแสดงฝีมือเชิงช่างแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นแนวความคิดทางสังคมระดับต่างๆ ภาพพระราชา เจ้านายหรือบุคคลชั้นสูง ข้าทาส บ่าวไพร่ มีกฎเกณฑ์ในการแสดงภาพแตกต่างกัน การแสดงออกทางด้านความประณีตก็ต่างกันด้วย

         
ภาพพระราชาได้รับการตัดเส้นให้ดูอ่อนช้อยรายละเอียดทางด้านสรีระเขียนเพียงเท่าที่จำเป็นโดยไม่แสดงกล้ามเนื้อ รอยต่อข้อกระดูก เพราะสิ่งเหล่านี้ขวางกั้นลักษณะเลื่อนไหล  ที่ก่อให้เกิดความนุ่มนวลงามสง่าอย่างละคร โดยสื่อความตามท้องเรื่อง ซึ่งชาวไทยมีแนวความคิดว่าพระราชาทรงเป็นเทวราชา หรือสมมติเทพ เครื่องทรงของพระองค์ก็เขียนขึ้นอย่างประณีตพิถีพิถันปิดทองตัดเส้นอย่างงดงามที่เครื่องประดับ ภาพเจ้านายหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ก็เขียนอย่างประณีตลดหลั่นลงไป ดังกล่าวนี้เป็นลักษณะแห่งอุดมคติที่อิงความสมจริง

         
ภาพเสนาบดีขุนนาง ภาพบ่าวไพร่ มีเครื่องแต่งกายตามยศศักดิ์ฐานะ กิริยาท่าทางของภาพบุคคลเหล่านี้มักเป็นไปอย่างธรรมชาติภาพผู้ดีมีกิริยาสุภาพนุ่มนวล ไม่ตลกคะนองอย่างภาพชาวบ้าน ซึ่งได้พบเห็นเสมอในฉากที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในชีวิตประจำวัน

         
ภาพพระพุทธองค์ซึ่งย่อมเป็นภาพประธานในฉากเล่าเรื่องพุทธประวัติตอนต่างๆ เขียนขึ้นให้สมจริง โดยผสมผสานกับพุทธลักษณะอันเป็นอุดมคติตามที่คัมภีร์ระบุไว้  กรรมวิธีของจิตรกรรมที่ช่างเขียนนำมาใช้เพื่อเน้นพุทธบารมี ได้แก่ กรอบประภามณฑลรอบพระวรกาย หรือกรอบรอบพระเศียร เป็นต้น ประภามณฑลหมายถึง รัศมีที่เปล่งออกมาจากพระพุทธองค์ภายหลังจากที่ทรงตรัสรู้ พระรัศมีรูปเปลวเหนือพระเศียร ซึ่งมักปิดทองเพื่อให้ดูแวววาว ก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่นิยมใช้ในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี

         
ภาพปราสาทราชวัง เครื่องสูงต่างๆ ของพระราชามหากษัตริย์มีสีสัน ปิดทองตัดเส้นอย่างงดงาม เขียนขึ้นอย่างสมจริงที่อิงความงามอย่างอุดมคติโดยสอดคล้องกับภาพพระราชา ขณะที่ภาพบ้านเรือนภาพสัตว์น้อยใหญ่ ต้นไม้ ท้องฟ้า น้ำ เป็นต้น มีความสมจริงมากกว่า

         
อนึ่ง เนื่องจากยังมีภาพบนแผ่นราบเป็น ๒ มิติ คล้ายงานจิตรกรรมแต่ไม่ระบายสี มักอนุโลมจัดไว้ในกลุ่มงานจิตรกรรม ได้แก่ ภาพลายเส้นปิดทอง ที่เรียกว่า ลายรดน้ำ ภาพลายเส้นจารลงบนแผ่นหิน หรืองานประดับมุกภาพที่มีกรรมวิธีพิเศษต่างกันเหล่านี้ต่างมีลักษณะสำคัญอย่างเดียวกัน คือลายเส้นที่งดงามตามแบบฉบับ แต่ในงานจิตรกรรมนั้นมีการระบายสีด้วย

พระพุทธองค์ตอนทรงปราบช้างนาฬาคีรี จิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ความเป็นอุดมคติกึ่งสมจริง
          การเขียนภาพเล่าเรื่องนิทานในพุทธศาสนาโดยย้อนเวลาขึ้นไปถึงเรื่องสมัยพุทธกาล หรือก่อนหน้านั้นขึ้นไปนานจนนับไม่ได้ นับเป็นเรื่องอุดมคติทางศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดลักษณะของจิตรกรรมไทยโบราณให้เป็นรูปลักษณ์อย่างอุดมคติด้วย โดยสอดคล้องกับเรื่องเล่า เช่น นิทานพุทธประวัติ ชาดก หรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับ นรก สวรรค์ จักรวาล (ไตรภูมิ) แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็อิงความสมจริงอยู่ด้วย ทั้งนี้เพื่อการสื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เกิดความรู้ ความเข้าใจเรื่องราว นับเป็นการสั่งสอนด้วยภาพ  จิตรกรรมไทยแบบประเพณี จึงมีลักษณะที่เรียกว่า  อุดมคติกึ่งสมจริง  ซึ่งแตกต่างจากภาพเหมือนจริงของชาวตะวันตก
           การจัดวางภาพในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี ที่เป็นไปเพื่อความเข้าใจของผู้ดูนั้นช่างเขียนโบราณของไทยมีวิธีการโดยเฉพาะ คือ เรียงภาพเหตุการณ์ก่อน - หลังตามเนื้อเรื่องและเพื่อไม่ให้ฉากเหตุการณ์เหล่านั้นสับสนปนกันก็คั่นแต่ละฉากแต่ละตอนด้วยภาพทิวทัศน์ เช่น ต้นไม้ หรือบ้านเรือน ช่างเขียนสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นยังประดิษฐ์กรอบรูปสามเหลี่ยมที่ขอบหยักคล้ายฟันปลา เรียกตามภาษาช่างว่า "สินเทา" เพื่อแบ่งฉากเหตุการณ์หนึ่งให้แยกออกจากฉากอีกเหตุการณ์หนึ่ง วิธีการนี้ยังได้ผลดีในการเน้นฉากเหตุการณ์ให้เด่นชัด นับเป็นงานออกแบบที่งดงามและแนบเนียนสอดคล้องกับลักษณะแสดงออกที่เป็นอุดมคติ ซึ่งแตกต่างจากจิตรกรรมเล่าเรื่องจริงอันเป็นแนวสัจนิยม ที่เข้ามาแพร่หลายเป็นที่นิยมพร้อมกับวัฒนธรรมตะวันตก ภาพเขียนเช่นนี้จะไม่มีลักษณะอุดมคติเข้าปะปน
[กลับหัวข้อหลัก]

เส้นสินเทา (หยักฟันปลา) เหนือปราสาทราชมณเฑียร จิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
อุดมคติกึ่งสมจริงที่ปรับเปลี่ยนมาตามยุคสมัย
          การแสดงออกของช่างเขียนโบราณประกอบจากปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ที่ทำให้จิตรกรรมไทยแบบประเพณีมีคุณค่าแตกต่างไปจากจิตรกรรมแนวตะวันตก เรื่องราวเนื่องในพุทธศาสนา เช่น พุทธประวัติหรือชาดก ได้รับการถ่ายทอดออกเป็นภาพสืบทอดความนิยมกันมาช้านาน และแม้จะเป็นเรื่องราวที่ซ้ำซากแต่ก็มีความแตกต่างกันของแต่ละยุคสมัย ตามทัศนคติของสังคมที่แปรเปลี่ยน อันเป็นผลต่อการแสดงออกของช่างเขียนด้วย

          คัมภีร์เล่มเดียวกันหรือเนื้อเรื่องเดียวกันเมื่อช่างนำมาเขียนเป็นภาพเล่าเรื่องก็มีความแตกต่างกันด้วย ขึ้นอยู่กับช่างหรือสังคมนั้นให้ความสำคัญต่อประเด็นความเชื่อในเนื้อหาตอนใด เช่นภาพเรื่องพระพุทธเจ้าในอดีตชาติที่เขียนขึ้นสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา บางแห่งให้ความสำคัญแก่จำนวนอันมากมายจนนับไม่ได้ของพระพุทธเจ้าในอดีตชาติ อดีตพระพุทธเจ้าเหล่านั้น เสด็จมาตรัสรู้บนโลกนี้ก่อนพระพุทธเจ้าของเรา (พระศรีศากยมุนี) ดังกล่าวนี้มีระบุไว้ในคัมภีร์ของพุทธศาสนาโดยมิได้ระบุรายพระนามของพระพุทธเจ้าในอดีตชาติเหล่านั้น ช่างเขียนนำมาแสดงเป็นภาพอดีตพระพุทธเจ้าเรียงรายเป็นแถว แต่ละแถวเรียงซ้อนกันจนเต็มผนัง ส่วนจิตรกรรมบางแห่งก็เขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้าเรียงกันเพียงจำนวน ๒๔ หรือ ๒๘ พระองค์ อันเป็นจำนวนอดีตพระพุทธเจ้าที่เสด็จมาตรัสรู้ในโลกนี้ซึ่งคัมภีร์เล่มเดียวกันได้ระบุพระนามของแต่ละพระองค์ไว้
          การเลือกให้ความสำคัญตอนใดตอนหนึ่งในคัมภีร์ คงสะท้อนศรัทธาความเชื่อที่ผิดแผกกันไปบ้าง เรื่องพระพุทธเจ้าในอดีตชาติได้รับความนิยมน้อยลงในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพที่มีอยู่กลับเป็นภาพเล่าเรื่องมีหลายตอนต่อเนื่องกันแตกต่างจากเรื่องเดียวกันที่เขียนขึ้นเมื่อกว่า ๔๐๐ ปี ที่ผ่านมา

         
แนวความนิยมในการแสดงเรื่อง และลักษณะของภาพที่แตกต่างกันแต่ละสมัย ช่วยให้ ทราบกำหนดอายุก่อนหรือหลังของภาพจิตรกรรมซึ่งเป็นประโยชน์ในการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ - โบราณคดี และทำให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านแนวความคิดที่คลี่คลายปรับเปลี่ยนไปด้วย

         
ภาพเล่าเรื่องนิทานชาดกที่เขียนกันในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา เขียนเป็นภาพเล่าเรื่องด้วยฉาก เหตุการณ์เดียวมีภาพบอกเรื่องราวอยู่อย่างจำกัดเพียงเพื่อให้ทราบเรื่องราวเฉพาะตอนสำคัญเพียงตอนเดียว ตัวอย่างเช่น นิทานชาดกเรื่องมหาชนก ที่ช่างเลือกเขียนเพียงฉากเรือของพระมหาชนกที่อับปางอยู่กลางทะเล มีภาพนางมณีเมขลาอุ้มพระมหาชนกให้รอดพ้นจากการจมน้ำแต่เรื่องเดียวกันนี้ที่เขียนขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นิทานชาดกเรื่องดังกล่าวมีฉากเหตุการณ์อื่นเพิ่มขึ้น

         
รายละเอียดที่ปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังมากขึ้น เปิดโอกาสทำให้เราสามารถศึกษาแง่มุมต่างๆ ทางประวัติศาสตร์สังคมขนบประเพณีที่แฝงอยู่ในภาพมากขึ้นด้วย จึงเท่ากับว่าจิตรกรรมไทยแบบประเพณีเป็นภาพบันทึกประวัติศาสตร์ได้อย่างหนึ่ง

         
จิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติก็เช่นกัน ตอนต่างๆ ในพุทธประวัติได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพอย่างจำกัด ที่เรียกว่า เหตุการณ์ตอนเดียวระยะหลังจึงมีรายละเอียดประกอบฉากมากขึ้นทุกทีโดยแบ่งเป็นฉากย่อยๆเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นพัฒนา-การเช่นเดียวกับภาพเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าในอดีตชาติและเรื่องชาดกที่กล่าวมาแล้ว

         
การคลี่คลายของลักษณะของจิตรกรรมนอกจากช่วยให้เราสามารถสังเกตความแตกต่างของภาพ และแนวความคิดในการแสดงออกที่แตกต่างกันไปตามยุคสมัยแล้ว ยังสะท้อนแนวความคิดวิธีการของช่างเขียนที่แตกต่างไปตามยุคสมัยด้วย กล่าวคือ

         
การแสดงเรื่องเล่าด้วยภาพเหตุการณ์ตอนเดียวของช่างสมัยต้นกรุงศรีอยุธยามีลักษณะในเชิงสัญลักษณ์ เพราะด้วยฉากเหตุการณ์ตอนเดียวก็สื่อให้ผู้ดูนึกถึงเรื่องราวได้ตลอดทั้งเรื่องช่างเขียนเลือกเหตุการณ์ในท้องเรื่องมาเขียนเป็นภาพ ย่อมเลือกเหตุการณ์ที่เด่นเพียงพอที่จะเป็นตัวแทนของเรื่องราวทั้งหมด

         
เมื่อการเขียนภาพเชิงสัญลักษณ์คลี่คลายไปในระยะหลัง โดยสร้างฉากเหตุการณ์เพิ่มขึ้น การแสดงออกของช่างจึงสื่อความทางด้านราย-ละเอียดมากกว่าก่อน เป็นช่องทางที่ช่างได้แสดงศิลปะของตนโดยสร้างฉากเหตุการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

         
รายละเอียดต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นต้องการความสามารถในการออกแบบ ควบคุมทุกสิ่งที่ปรากฏเป็นภาพให้มีความสอดคล้องแนบเนียน ทำให้ผู้ดูภาพเกิดความเพลิดเพลินกับฉากเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน จิตรกรรมที่คลี่คลายมาเป็นลักษณะเช่นนี้ เป็นภาพเล่าเรื่องอย่างแท้จริงยิ่งไปกว่าจิตรกรรมที่แสดงฉากสัญลักษณ์ ซึ่งแสดงถึงภาพเหตุการณ์ตอนเดียว

         
ความแตกต่างดังกล่าว ต่างก็มีคุณค่าและมีความหมายโดยเฉพาะกล่าวคือ ช่างเขียนสมัยต้นกรุงศรีอยุธยาแสดงความสามารถในการสื่อเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ แสดงถึงภูมิปัญญาในการคัดเลือกความเด่นชัดของเรื่องออกเป็นภาพเพียงเหตุการณ์ตอนเดียวก็สามารถสื่อความได้ทั้ง เรื่อง ส่วนช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้ใช้ภูมิปัญญาเชิงช่างของตนเพื่อควบคุมเรื่องราวที่เขียนเป็นฉากเหตุการณ์หลายฉาก มีความหลากหลายของส่วนประกอบฉาก ให้รวมกันอย่างเป็นเอกภาพ

         
จิตรกรรมของไทยที่ได้รับอิทธิพลตะวันตก นับตั้งแต่เรื่องราวที่นำมาเขียนภาพที่เป็นเรื่องจริง เช่น พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอลดจนลักษณะของจิตรกรรมก็เปลี่ยนมาแสดงความเหมือนจริง ตามแนวการเขียนภาพแบบตะวันตกด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]

นางมณีเมขลาช่วยพระมหาชนกพ้นจากเรืออับปางกลางทะเล จิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดใหญ่อินทาราม ชลบุรี สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น


พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งทรงผนวช วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สมัยรัชกาลที่ ๕

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายสันติ เล็กสุขุม

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การปลูกถ่ายไต
การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและปอดพร้อมกัน
ความเชื่อของชาวเขาในประเทศไทย
วัสดุที่ใช้ทำเซลล์แสงอาทิตย์
ไวรัสวิทยา
ศาสนาซิกข์
ศาสนาและความเชื่อของไทย
เสียงและมลภาวะทางเสียง
อัญมณีและคุณสมบัติเฉพาะ
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 15
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 16
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20 > ลักษณะของจิตรกรรมไทยแบบประเพณี