หนังสือ วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน แต่งและจัดพิมพ์โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า
ไม้ขีดไฟที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ อาจแบ่งเป็นสองชนิดด้วยกัน คือ
๑. ไม้ขีดไฟชนิดพิเศษ ไม้ขีดไฟชนิดนี้จะติดไฟได้ง่ายเมื่อขีดบนผิวหยาบใด ๆ ก็ได้
๒. ไม้ขีดไฟชนิดธรรมดา ชนิดนี้จะติดไฟได้ก็ต่อเมื่อเอามาขีดที่ข้างกลักไม้ขีดเท่านั้น
ไม้ขีดไฟชนิดพิเศษทำได้โดยนำก้านไม้ขีดทั้งอันไปจุ่มในสารละลายแอมโมเนียมฟอสเฟต ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลุกลามเมื่อเกิดการลุกไหม้อันเป็นผลเนื่องมาจากการหยิบถือโดยขาดความระมัดระวัง ขั้นต่อไปนำปลายข้างหนึ่งจุ่มลงในพาราฟินที่หลอมเหลวเพื่อทำเป็นหัวไม้ขีดไฟ เสร็จแล้วจึงนำไปจุ่มลงในสารผสมของกาว ตะกั่วออกไซด์ และสารประกอบฟอสฟอรัสตามลำดับ การขัดสีทำให้สารประกอบของฟอสฟอรัสและตะกั่วเกิดการลุกไหม้ทำให้พาราฟินติดไฟ และลุกลามไปถึงก้านไม้ขีดด้วย
สำหรับไม้ขีดไฟชนิดธรรมดา หัวไม้ขีดประกอบด้วยสารเคมีที่ติดไฟง่าย สารเคมีนั้นคือแอนติโมนีซัลไฟด์ และโพแทสเซียมคลอเรต สารทั้งสองนี้จะให้ก๊าชออกซิเจนเพื่อช่วยให้ติดไฟง่ายขึ้น ข้างกลักไม้ขีดประกอบด้วยฟอสฟอรัสแดง (ฟอสฟอรัสชนิดนี้ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์) ไม้ขีดไฟชนิดนี้จะติดไฟได้เมื่อขีดที่ข้างกลักเท่านั้น เมื่อเราขีดหัวไม้ขีดที่ข้างกลัก การขีดนี้จะทำให้ฟอสฟอรัสแดงระเหิดออกมารวมกับออกซิเจนที่เกิดจากหัวไม้ขีดจึงทำให้หัวไม้ขีดติดไฟได้
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”