สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว    ความรู้     ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร      หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

S! ถาม-ตอบ > หมวดคำถาม > บันเทิง > เพลง และดนตรี > เพลงลูกทุ่งไทย
(0) 765 view

 
คำถาม? :
 
เพลงลูกทุ่งไทย
หมวด : บันเทิง
สร้างเมื่อ 27-04-2007
รายละเอียดคำถาม

เพลงลูกทุ่งไทยมีความเป็นมาอย่างไร

(นคร  เวียงคำ / แพร่)

 
 

คำตอบ
 
โดย :localknow

สร้างเมื่อ 27-04-2007

     มีหนังสืออยู่  ๓  เล่ม  ที่จะให้คำตอบแก่คุณนครได้กระจ่างที่สุด  คือ  หนังสือกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย  ๒  เล่ม  พิมพ์โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  และหนังสือดวลเพลงกลางทุ่ง  จากเพลงพื้นบ้านถึงเพลงลูกทุ่ง  พิมพ์โดยสมาคมกิจวัฒนธรรม  แต่หนังสือ  ๓  เล่มนี้หาอ่านยากสักหน่อยเพราะพิมพ์น้อย  ถ้าสนใจจริง  ๆ  อาจถามไปที่คุณเอนก  นาวิกมูล  ศูนย์สังคีตศิลป์  ธนาคารกรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า

     รศ.ดร.  จินตนา  ดำรงค์เลิศ  อธิบายวิวัฒนาการของเพลงลูกทุ่งไว้ในหนังสือกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย เล่ม  ๒  ดังนี้

     “ถ้าจะพิจารณาถึงกำเนิดของเพลงลูกทุ่งแล้ว  อาจกล่าวได้ว่าเพลงลูกทุ่งถือกำเนิดมาเป็นระยะเวลานานเท่ากับเพลงไทยสากลเนื่องจากแรกเริ่มเดิมทีนั้น  ยังไม่มีการแยกประเภทเพลงไทยสากลออกเป็นลูกทุ่งหรือลูกกรุง  ถือว่าเป็นเพลงกลุ่มเดียวกัน นักแต่งเพลงและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีหลายท่านในช่วงต้นล้วนแล้วแต่ไม่ประสงค์ให้แบ่งแยกเพลงไทยสากลออกเป็นเพลงลูกทุ่งและเพลงลูกกรุง

     อย่างไรก็ตาม  ปรากฏว่าในยุคแรกมีนักร้องเพลงไทยสากลที่มีชื่อเสียงกลุ่มหนึ่งนิยมร้องเพลงที่มีสาระบรรยายถึงชีวิตชาวชนบท  หนุ่มสาวบ้านนาและความยากจน  ชาวบ้านเรียกเพลงกลุ่มนี้ว่า 'เพลงตลาด'  หรือ  'เพลงชีวิต'  เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงเวลานี้มีนักร้องแนวเพลงตลาดอยู่หลายคนที่ แต่งเพลงเองด้วยอาทิ  ไพบูลย์  บุตรขัน,  ชลอ  ไตรตรองสอน, พยงค์  มุกดา,  มงคล  อมาตยกุล,  เบ็ญจมินทร์ (ตุ้มทอง  โชคชนะ)  สุรพล  สมบัติเจริญ  เป็นต้น  ส่วนวงดนตรีที่เด่น  ๆ  ของเพลงแนวนี้ได้แก่  วงดนตรี 'จุฬารัตน์'  ของมงคล  อมาตยกุล  วงดนตรี  'พยงค์  มุกดา' และวงดนตรี 'สุรพล สมบัติเจริญ'  นับได้ว่าวงดนตรีทั้งสามนี้เป็นแหล่งก่อกำเนิดแยกตัวเป็นวงดนตรีเพลงลูกทุ่งจำนวนมากในกาลต่อมา

     นักร้องที่ร้องเพลงแนวดังกล่าวในระยะต้นยังไม่เรียกกันว่า  'นักร้องลูกทุ่ง' นักร้องชายที่รู้จักชื่อเสียงกันดี เช่น คำรณ สัมบุณณานนท์,  ชาญ เย็นแข, นิยม  มารยาท, ก้าน  แก้วสุพรรณ,  ชัยชนะ  บุณยโชติ,  ทูล ทองใจ ฯลฯ  ส่วนนักร้องหญิงที่มีชื่อเสียงเด่น ได้แก่ ผ่องศรี  วรนุช,   ศรีสอางค์  ตรีเนตร

     เพลงลูกทุ่งแยกออกเป็นเอกเทศชัดเจนจากเพลงลูกกรุงนับตั้งแต่  ประกอบ  ไชยพิพัฒน์  จัดรายการเพลงทางสถานีไทยโทรทัศน์โดยตั้งชื่อรายการว่า  'เพลงลูกทุ่ง'  เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๐๗ และต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๐๙  มีการจัดงานแผ่นเสียงทองคำพระราชทานครั้งที่  ๒  ปรากฏว่า  สมยศ  ทัศนพันธ์  ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานในฐานะนักร้องลูกทุ่งชายยอดเยี่ยม จากเพลงชื่อ 'ช่อทิพย์รวงทอง'  (ในการจัดงานครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗  ยังไม่มีเพลงลูกทุ่งส่งเข้าประกวด)

     ผู้ที่ทำให้เพลงลูกทุ่งพุ่งผงาดอยู่ในความนิยมของวงการเพลงด้วยลีลาและรูปแบบเฉพาะตนคือ  สุรพล  สมบัติเจริญ  ซึ่งแต่งเพลงร้องเองเป็นส่วนใหญ่  เขาเริ่มชีวิตการร้องเพลงจากกองดุริยางค์ทหารอากาศ  สุรพล ชอบใช้เพลงจังหวะรำวงในเพลงที่เขาแต่ง  ผลงานเพลงของเขามีลีลาสนุกสนานครึกครื้นเป็นส่วนใหญ่เช่น  เพลง  'เสียวไส้'  'ของปลอม'  ฯลฯ  ยุคของสุรพล  สมบัติเจริญอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เพลงลูกทุ่งพัฒนามาถึงจุดสุดยอดเป็นยุคทองของเพลงลูกทุ่งอยู่ระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๐๖-๒๕๑๓  เป็นช่วงเวลาที่มีผลงานเพลงลูกทุ่งออกมาเป็นจำนวนมากมาย นักแต่งเพลงรุ่นนี้สืบทอดการแต่งเพลงมาจากครูเพลงในยุคต้น  ตัวอย่างเช่น พีระ  ตรีบุปผา เป็นศิษย์ของสมยศ  ทัศนพันธ์  ส่วนศิษย์ของวงดนตรีจุฬารัตน์  ได้แก่  พร  ภิรมย์,  สุชาติ เทียนทอง  และ ชาย  เมืองสิงห์  นักแต่งเพลงที่สำคัญท่านอื่น ๆ  มีอาทิ เพลิน  พรหมแดน,  จิ๋ว  พิจิตร,  สำเนียง  ม่วงทอง, ฉลอง การะเกด,  ชาญชัย  บัวบังศร,  สมเสียร  พานทอง  ฯลฯ

     ในช่วงยุคทองของเพลงลูกทุ่งนี้  มีนักร้องเกิดขึ้นใหม่หลายคนนักร้องเด่นของยุคนี้ได้แก่  ไวพจน์  เพชรสุพรรณ, เพลิน พรหมแดน,  พร  ภิรมย์, ชาย เมืองสิงห์,  ศรคีรี  ศรีประจวบ ฯลฯ  "สำหรับวิวัฒนาการของเพลงลูกทุ่งในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน  โปรดหาอ่านจากหนังสือที่ให้ชื่อไว้ข้างต้น

     และหากจะถามว่า คำจำกัดความของเพลงลูกทุ่งคืออะไรในหนังสือกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยก็ให้คำจำกัดความไว้ว่า“เพลงลูกทุ่ง  หมายถึงเพลงที่สะท้อนวิถีชีวิต  สภาพสังคมอุดมคติและวัฒนธรรมไทย  โดยมีท่วงทำนอง  คำร้อง สำเนียงและลีลาการร้องการบรรเลงที่เป็นแบบแผน  มีลักษณะเฉพาะซึ่งให้บรรยากาศของความเป็นลูกทุ่ง”

     เราจะเข้าใจคำจำกัดความนี้ได้ดีขึ้น  เมื่อลองพิจารณาเนื้อเพลง  'มนต์รักลูกทุ่ง'  คำร้องทำนอง  โดย  ไพบูลย์  บุตรขัน  ขับร้องโดย  ไพรวัลย์  ลูกเพชร

     “หอมเอย...หอมดอกกระถิน รวยระรินเคล้ากลิ่นกองฟางเห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเขาท่านาง  มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง

อยากจะเด็ดจะดอมหอมหน่อย  ลองเอื้อมมือค่อย ๆ ก็เอื้อมไม่ถึงอยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง แปลงได้จะบินไปถึง  เคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน

หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน  ครวญระคนหอมแก้มนงคราญ  ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล  มนต์รักเพลงชาวบ้านลูกทุ่งแผ่วมา

ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ  มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลาทุ่งรวงทองของเรานี้มีคุณค่า  มนต์รักลูกทุ่งบ้านนาหวานแว่วแผ่วดังกังวาน

โอ้เจ้าช่อนกยูง  แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง  ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ"

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

 


S! ถาม-ตอบ > หมวดคำถาม > บันเทิง > เพลง และดนตรี > เพลงลูกทุ่งไทย

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!