ขอเนื้อหาขอมูลเกี่ยวกับกีฬาเซปักตระกร้อ
1.ประวัติกีฬาเซปักตระกร้อ
2.วิธีการเล่นเซปักตระกร้อ
3.ประโยชน์ที่ได้จากการเล่นเซปักตระกร้อ
ประวัติของกีฬาเซปักตะกร้อนั้น จากการค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของกีฬาประเภทนี้ยังมีที่มาไม่แน่ชัดนัก ทำให้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้อย่างแน่ชัดว่ากีฬาตะกร้อกำเนิดมาจากที่ใด ประเทศไหนกันแน่ โดยข้อสรุปเบื้องต้นมีดังนี้ ประเทศพม่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2310 พม่ามาตั้งค่ายอยู่ที่โพธิ์สามต้นและมีการเล่นตะกร้อกันในตอนนั้นซึ่งทางพม่าเรียกว่า ชิงลง ประเทศมาเลเซีย ก็ประกาศว่า กีฬาตะกร้อเป็นกีฬาที่มีกำเนิดมาจากประเทศมลายูเดิมเรียกว่า ซีปักรากา (Sepak Raga) โดยคำว่า Raga มีความหมายคือตะกร้า ประเทศฟิลิปปินส์ ก็มีนิยมเล่นกันมานานแล้วเหมือนกัน โดยมีชื่อเรียกว่า Sipak ประเทศจีน ก็มีกีฬาที่คล้ายคลึงกีฬาตะกร้อแต่เป็นการเตะตะกร้อชนิดที่เป็นลูกหนังปักขนไก่ ซึ่งจะศึกษาได้จากภาพเขียนและพงศาวดารจีน ชาวจีนกวางตุ้งที่เดินทางไปตั้งรกรากอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้นำการเล่นตะกร้อขนไก่นี้ไปเผยแพร่ แต่เรียกว่า เตกโก(Tek Kau) ซึ่งหมายถึงการเตะลูกขนไก่ ประเทศเกาหลี มีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศจีน แต่ลักษณะของลูกตะกร้อแตกต่างกันออกไป คือใช้ดินเหนียวห่อด้วยผ้าสำลีเอาหางไก่ฟ้าปัก สำหรับประเทศไทยนั้นก็ไม่มีจุดกำเนิดที่แน่ชัด รู้แต่ว่าเล่นกีฬาตะกร้อกันมายาวนานและประยุกต์จนเข้ากับประเพณีของชนชาติไทยอย่างกลมกลืนและสวยงามทั้งด้านทักษะและความคิด จนถึงปัจจุบันนี้ทั้งไทย-มาเลเซียต่างก็ออกมายืนยันว่าเป็นต้นตำรับของกีฬาเซปักตะกร้อและผลัดกันแย่งชิงความยิ่งใหญ่มาโดยตลอด แต่ในการแข่งขันทั้งเอเชี่ยนเกมส์และซีเกมส์หลายครั้งหลังมานี่ทีมเซปักตะกร้อทีมชาติไทยครองความยิ่งใหญ่เหนือกว่า
ประโยชน์ที่ได้จากการเล่นเซปักตะกร้อ การเตะตะกร้อเป็นการเล่นที่ผู้เล่นได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วน ฝึกความว่องไว ความสังเกต มีไหวพริบ ทำให้มีบุคลิกภาพดี มีความสง่างาม และการเล่นตะกร้อนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง