เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว    ความรู้     ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร      หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
สมาชิก : หน้าส่วนตัว  ความรู้ : เขียนบทความ | เขียนคำแสลง | ฉันเขียน | เรื่องที่ติดตาม  ถาม-ตอบ : ตั้งคำถาม | ฉันถาม-ฉันตอบ | คำถามที่ติดตาม
สนุก! ถาม-ตอบ > หมวดคำถาม > ข้อมูล และความรู้ > มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ > ภาพสเก็ตช์คนร้าย
(0) 3501 view

 
คำถาม? :
 
ภาพสเก็ตช์คนร้าย
หมวด : ข้อมูล และความรู้
สร้างเมื่อ 27-04-2007 โดย SongSai108
รายละเอียดคำถาม

          อยากให้ 'สารคดี' ลงเรื่องการติดตามคนร้ายโดยใช้ภาพสเก็ตช์  ว่ามีขั้นตอนอย่างไร ปัจจุบันวงการตำรวจบ้านเรามีความก้าวหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้แค่ไหนครับ

(ไม่ลงชื่อ / กรุงเทพฯ)

 

คำตอบ
 
โดย :108mania

สร้างเมื่อ 27-04-2007

     เมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ  ในกรณีที่เจ้าทุกข์ ผู้เสียหายหรือพยาน  สามารถจำหน้าคนร้ายได้  ก็ให้เจ้าทุกข์ดูภาพถ่ายคนร้ายที่กองทะเบียนประวัติอาชญากรได้รวบรวมและจัดไว้เป็นสาระบบ  โดยแยกตามประเภทความผิด อายุ เพศ คือนำประเภทความผิดเดียวกัน อายุใกล้เคียงกัน  เพศเดียวกัน จัดอยู่ในสมุดภาพเล่มเดียวกัน  ถ้าพบภาพผู้ต้องสงสัย กองทะเบียนประวัติอาชญากรจะส่งภาพพร้อมประวัติให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นแนวทางการสอบสวนต่อไป แต่ถ้าไม่พบภาพผู้ต้องสงสัย อาจเป็นเพราะคนร้ายไม่เคยทำความผิดมาก่อน หรือเคยทำความผิดแต่ไม่เคยถูกจับกุมก็จะไม่มีภาพพร้อมประวัติที่กองทะเบียนอาชญากร

     ถึงขั้นนี้จึงต้องใช้ภาพสเก็ตช์เข้าช่วยโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองทะเบียนประวัติอาชญากร  แต่เดิมเจ้าหน้าที่จะคอย สเก็ตช์ภาพตามคำบอกเล่าของผู้เสียหาย  ข้อจำกัดของวิธีนี้คือ ผู้เสียหายหรือพยานจะต้องจำลักษณะใบหน้าคนร้ายได้อย่างละเอียด นอกจากนั้นยังต้องถ่ายทอดความจำออกเป็นคำพูดเพื่อให้ผู้เขียนเข้าใจได้ถูกต้องวิธีการเช่นนี้ทำให้การทำงานล่าช้าออกไปมาก

     กองทะเบียนประวัติอาชญากรจึงพยายามคิดแก้ปัญหานี้ เมื่อปี ๒๕๑๙  มีการทดลองนำภาพถ่ายคนร้ายที่มีอยู่จำนวนมากมาจัดแยกชิ้นส่วนใบหน้าออกเป็น ๕ ส่วน  คือ ทรงผมรวมกับหู  คาง  นัยน์ตา จมูก และปาก  นำชิ้นส่วนทั้งหมดมาแยกกลุ่ม แล้วนำมาให้ผู้เสียหายหรือพยานเลือกวางต่อกันทั้ง ๕ ส่วน จึงเกิดภาพใบหน้าคนร้าย  แต่ถ้าส่วนไหนไม่เหมือนก็นำชิ้นใหม่เปลี่ยนจนได้ภาพเหมือนที่สุด  แต่วิธีการนี้ยังคงใช้เวลานานเช่นกัน

     ต่อมาในปี ๒๕๒๕ กองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ประดิษฐ์

     เครื่องมือประกอบภาพใบหน้าคนร้ายขึ้น  โดยใช้หลักการเช่นเดียวกับการนำภาพชิ้นส่วนของใบหน้ามาต่อกัน วิธีนี้ใช้เครื่องฉายสไลด์  ๕  เครื่องเข้าช่วย โดยนำแต่ละส่วนมาถ่ายเป็นภาพสไลด์ขาว-ดำ แล้วใส่ลงเครื่องฉายสไลด์ทั้ง  ๕  เครื่อง  แล้วฉายไปที่จอพร้อม  ๆ  กันจงเกิดภาพคนร้าย  ถ้าภาพไม่เหมือนก็สามารถฉายเปลี่ยนส่วนต่าง  ๆ  ได้ วิธีนี้สะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีเดิม แต่มีข้อเสียคือ ต้องใช้อุปกรณ์มากและมีขนาดใหญ่ ไม่สะดวกในการนำติดตัวไปนอกสถานที่

     แต่อย่างไรก็ตาม การสเก็ตช์ภาพคนร้ายได้พัฒนาขึ้นไปอีกโดย พล.ต.ต. ชวลิต มนตริวัติ  ผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร ได้ประดิษฐ์ชุดประกอบภาพใบหน้าบุคคลขนาดเล็กเหมาะที่จะนำไปประกอบภาพใบหน้าคนร้ายนอกสถานที่ได้ ในชุดนี้จะมีชิ้นส่วนใบหน้าทั้ง  ๕  เป็น  ภาพแผ่นใสขนาด ๓.๒” x ๔.๕"แต่ละส่วนมีประมาณ ๒๐๐ แบบ  ไม่ซ้ำกัน  ภาพที่คัดเลือกได้นั้นจะนำมาอัดลงบนแผ่นใสที่ละส่วน  4  หลังจากนั้นจึงคัดแยกประเภทโดยเอาลักษณะที่คล้ายกันจัดไว้กลุ่มเดียวกัน  เพื่อความสะดวกในการประกอบภาพ แม้วิธีนี้จะใช้เวลาน้อยและสะดวกก็ตาม แต่ก็ยังคงมีขอบเขตจำกัดอยู่มาก

     จนกระทั่ง พ.ต.อ. ชาตรี  สุนทรศร และทีมงานกองทะเบียนประวัติอาชญากร  ร่วมมือกันสร้าง 'ปิกัสโซ่'  (PI'CASSO-Police Identikit :  Computer  Assisted Suspect Sketching Outfit)  เป็นระบบคอมพิวเตอร์ชอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้เก็ตช์ภาพคนร้าย  โครงการนี้เริ่มขึ้นราว เดือนตุลาคม  ๒๕๓๓  ได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ประมินทร์  กลพิจิตร  เพื่อพัฒนาและออกแบบระบบ  รวมทั้งการเซ็ตโปรแกรมขึ้นใหม่เพื่อปรับให้เข้ากับงานของกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเพื่อให้ฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการสื่อความเข้าใจระหว่างผู้เสียหาย
หรือพยานกับเจ้าหน้าที่วาดภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

     ขั้นตอนการใช้คอมพิวเตอร์  'ปิกัสโซ่'   เริ่มต้นจากการสร้างกรอบใบหน้า  คือ  โครงหน้า  ทรงผมและใบหู  หลังจากนั้นจึงเพิ่มส่วนประกอบอื่น ๆ ทีละส่วนตั้งแต่ตา  คิ้ว  จมูก และปาก  การเซ็ตโปรแกรมส่วนสำคัญในช่วงสุดท้ายก็คือ เจ้าหน้าที่วาดภาพจะต้องยกชิ้นส่วนของใบหน้าในมาตราส่วนเดียวกัน เพื่อให้สามารถประกอบเป็นใบหน้าที่สมบูรณ์ด้วยส่วนประกอบทั้ง ๗ ส่วนที่ละเอียดกว่าการใช้สไลต์หรือแผ่นใสในระบบเดิม เจ้าหน้าที่สามารถเรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลได้ทันที และสามารถเลือกปรับเปลี่ยนแต่และส่วนได้อย่างสะดวก การปรับเปลี่ยนเพื่อเปรียบเทียบทำได้  โดยขยับตำแหน่งให้ใกล้เคียงความจริง เช่น ระยะห่างของแต่ละชิ้นส่วน ความแตกต่างของขนาดชิ้นส่วน  รวมถึงการเพิ่มส่วนที่จำเป็น เช่น โหนกแก้ม รอยย่น  หนวดเครา ภาพทีสมบูรณ์และได้รับการยืนยันจากผู้เสียหายหรือพยานว่าเหมือนคนร้ายมากที่สุดจะถูกพิมพ์และส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีเพื่อการติดตามหาผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

     การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดนี้มีประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวนอย่างมาก เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ซึ่งนับว่าเป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของกรมตำรวจไทย

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

 

สนุก! ถาม-ตอบ > หมวดคำถาม > ข้อมูล และความรู้ > มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ > ภาพสเก็ตช์คนร้าย

ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่