ตำนานก็อดซิลลา (Godzilla) ของแท้เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่มันจะไปบุกสหรัฐอเมริกาแล้วแปลงร่างเป็นชาวฮอลลีวูด ผู้ให้กำเนิดบนแผ่นฟิล์มเป็นคนแรก คือ โทโมยูกิ ทานากะ แห่งบริษัทผู้สร้างหนัง--โตโฮ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
ชื่อ ก็อดซิลลา มาจากคำว่า โกจิรา ซึ่งเป็นการนำคำสองคำมารวมกัน คือ กอริลลา (gorilla) และ kujira ที่หมายถึงปลาวาฬ ฉบับเดิมนั้นสร้างมาแล้ว ๒๒ เรื่อง เรื่องแรกสร้างเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๕๖ ใช้ชื่อเรื่องว่า Godzilla, King of the Monstersมันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ร่างยักษ์ที่เกิดจากละอองกัมมันตภาพรังสีโผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ทะเลลึกเพื่อถล่มกรุงโตเกียว แต่สุดท้ายก็ถูกปราบจนราบคาบ
ก็อดชิลลาเมดอินเจแปนนั้นเป็นชุดยาง มีคนจริง ๆ สวมใส่ชุดยางนั้นไว้ และผู้ที่รับหน้าที่สวมชุดก็อดซิลลามานานกว่า ๑๐ ปีก็คือ เคนปาชิโร ซัทซูมา ซึ่งสวมชุดนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๔-๑๙๙๕ ชุดยางนี้มีรูระบายอากาศให้หายใจได้ ๑๒ รูซัทซูมา เล่าว่า “ตอนผมเป็นก็อดซิลลาน่ะหรือ มันไม่ใช่งานสนุกเลยนะคุณ ต้องระมัดระวังมาก อย่างเวลาที่จะถล่มตึก คุณต้องชกให้ถูกจุดที่เขาตั้งระเบิด (ปลอม) ไว้ ถ้าพลาดก็ต้องชกใหม่หรืออย่างเวลาที่ผู้ชมเห็นก็อดซิลลาพ่นไฟ นั่นเป็นแก๊สคาร์บอนิกเอซิด ปัญหาก็คือ ชุดยางของผมมีรูระบายอากาศให้ผมหายใจแค่ ๑๒ รู แต่ละรูก็เล็กเหลือเกิน เวลาผมดมแก๊สนั่นเข้าไป ผมก็เป็นลม ก็อดซิลลาเกือบตายมาหกครั้งแล้ว"
แต่ในทศวรรษนี้ ฮอลลีวูดเนรมิตก็อดซิลลาจากเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ และสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ เช่นเดียวกับหนังในสายพันธุ์เดียวกัน อย่าง Jurassic park และ The Lost World โดยโซนีและไทรสตาร์ลงทุนบินไปญี่ปุ่น นำแบบจำลองก็อดซิลลา ทศวรรษ ๙๐ ไปให้โตโฮดู
แต่รูปลักษณ์และบุคลิกของก็อดซิลลาแห่งฮอลลีวูดก็ต่างไปจากความฝันของโตโฮ เจ้าก็อดซิลลาฉบับคลาสสิกเคยโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินด้วยท่วงท่าที่สง่างามของคนที่อยู่ในชุดยางฟิตเปรี้ยะ แต่ก็อดซิลลาที่ออกแบบใหม่จะมีความแคล่วคล่องว่องไวกว่า และสามารถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วถึง ๕๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง ตัวสูงกว่าเทพีเสรีภาพ หรือถ้าวัดตัวมันในแนวนอน ลำตัวมันจะยาวกว่าเครื่องบินจัมโบ้ ๗๔๗ ถึงสองเท่า
แต่ในความเป็นก็อดซิลลาฉบับฮอลลีวูดแล้ว มันต้องรักษาบัญญัติหลายประการในการเป็นก็อดซิลลาของโตโฮ (ซึ่งมีความหนาถึง ๗๕ หน้า) เอาไว้ อาทิ เท้าแต่ละข้างจะมีนิ้วเท้าเพียงสามนิ้ว มือแต่ละข้างมีกรงเล็บสี่อัน และบนหลังของก็อดซิลลาจะมีครีบทั้งหมดสามแถว ก็อดซิลลาจะต้องกินปลาไม่ใช่กินคน จะต้องดูไม่งี่เง่า จะต้องไม่ตาย และจะต้องไม่ขายสินค้า (ซึ่งฮอลลีวูดฉีกกฎข้อนี้ไปเรียบร้อยแล้ว)
นอกจากรูปร่างที่เคยออกไปทางอ้วนท้วน แต่กลับมาผอมเพรียว เพราะผู้สร้างจะต้องให้มันวิ่งไล่กวดรถแท็กซี่ หนำช้ำรูปหน้าของมันยังออกไปทางยาว เหมือนจระเข้ผสมตัวอีกัวนาและมีท่าทางบางอย่างเหมือนเจ้าทีเร็กซ์ สำหรับในเรื่องของสีที่ก็แตกต่างจากตัวเติมนั้น ทีมงานผู้สร้างบอกว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากกิ้งก่าอินโดนีเซียที่ชื่อ มังกรเซลฟิน และว่าต้องการให้สีนั้นสะท้อนสีตึกของนิวยอร์กที่เป็นสีเขียว ๆ เทา ๆ อีกด้วย
ว่าแต่ว่าหนูติ๋มเคยสงสัยบ้างไหมว่า ก็อดซิลลาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
“ซองคำถาม” สงสัย ก็เลยไปค้นหาคำตอบมา เพราะฉบับเดิมที่ติดอยู่ในความรับรู้ของเด็ก ๆ เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นดูเหมือนว่าก็อดซิลลาจะเป็นผู้ชาย แต่มาในฉบับฮอลลีวูด หนูติ๋มคงเห็นแล้วว่ามันตั้งท้อง และกำลังมุ่งหน้าบุกเมืองเพื่อวางไข่ (ในขณะที่มันมีคำสรรพนามในเรื่องว่า “he" !) เรื่องนี้ เคนปาชิโร ซัทซูมา ตอบ (แบบไม่ตอบ) ว่า "เวลาก็อดซิลลาออกมาบางทีมันก็เป็นผู้ชาย บางทีมันก็เป็นผู้หญิง ถ้าจะถามถึงว่าใครเป็นใครในก็อดซิลลา ผมคงตอบไม่ได้หรอกครับ”
ก็อดซิลลาอยู่ในใจของคนจำนวนมากมาย บางคนบอกว่าเขาชอบ เพราะก็อดซิลลามีทั้งคนดีและคนเลวอยู่ในตัวมัน
หนึ่งในทีมผู้สร้างบอกว่า “เด็ก ๆ ทั่วโลกจะชอบดูหนังเหล่านี้ทั้งในรูปวิดีโอและหนังรอบบ่าย ส่วนผู้ใหญ่ที่โตกว่าหลายคนก็จะเอามันไปผสมรวมกับคิงคอง แต่สิ่งที่คุณทำได้กับหนังแนวสัตว์ประหลาดก็คือ เมื่อคุณเข้าใจแล้วยอมรับในสัตว์ประหลาดตัวนี้ คุณก็จะเห็นใจมัน แฟรงเกนสไตน์ก็เป็นแบบนี้ คิงคอง และแดร็กคิวลาก็เช่นกัน แดร็กคิวลาก็เหมือนกับคนที่มีแต่ความเศร้าโศก และมันก็เป็นแบบเดียวกับก็อดซิลลา”
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”