ไม่ทราบว่าใช่แผลเป็นหรือไม่ หากป็นแผลเป็นบนใบหน้า ถ้าไปรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่จะมีหลายวิธี เช่น การกรอผิว, การฉีดคอลลาเจน, การผ่าตัด และการใช้เลเซอร์รักษา ถ้าเป็นรอยแผลเป็นจากสิว รักษาโดยการทำเลเซอร์ การใช้กรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิวเช่น AHA หรือ BHA การทำไอออนโต้ การใช้เกล็ดอัญมณีขัดผิว สำหรับวิธีนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากทำไม่ถูกวิธีก็จะมีผลเสียตามมาได้ เช่น เกิดรอยดำจากการอักเสบหลังทำ หรือในบางรายก็ก่อให้เกิดสิวได้ถ้าทำบ่อยเกินไป และมีอาการแสบหน้าเวลาถูกแสงแดด
วิตามินที่ช่วยรักษาแผลเป็น
วิตามิน E ซึ่งวิตามิน E มักจะทำงานคู่กับวิตามิน C มีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนท์ เหมือนกัน จะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น นอกจากนี้ยังมีโทโคพีรอล (Tocopherol ) ช่วยฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพจากรอยช้ำ รอยแดง ผิวไม่เรียบเนียน รอยแผลเป็น และรอยอักเสบจากสิว พบมากในน้ำมันพืช เมล็ดพืช เช่น ข้าวโพด เมล็ดดอกทานตะวัน แป้งสาลี นม ถั่วชนิดต่างๆ
วิตามิน A (เบต้าแคโรทีน) ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวเรียบเนียน ช่วยป้องกันรังสียูวี รักษาสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งพบมากในผักสีเหลืองหรือสีส้ม เช่น แครอต ฟักทอง มันเทศ ผลไม้สุก ผักสีเขียว เช่น คะน้า กะหล่ำปลี บรอกโคลี่
วิตามิน C เป็นสารออกซิเดชันที่ดีมาก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เซลล์คอลลาเจนมีความแข็งแรง จึงช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น พบมากในผักและผลไม้
สมุนไพร
บัวบก (Centella) ประกอบด้วยสารสำคัญเช่น Asiaticosid Asiatic Acid มีฤทธิ์สมานแผลช่วยเร่งการเจริญของเซลล์เยื่อบุผิว ช่วยทำให้แผลหายเร็วช่วยยับยั้งแบคทีเรีย เชื้อรา
ว่านหางจระเข้ อุดมด้วยกลัยโคโปรตีน Aloctin A&B ช่วยบำรุงผิว ลดการอักเสบ ช่วยให้แผลหายเร็ว ป้องกันแผลเป็น