ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ หมายถึง, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ ความหมาย, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
 ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์

          นับตั้งแต่คอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาถึง ระดับที่มีสมรรถภาพเพียงพอในการใช้ทางธุรกิจได้แล้ว  เราสามารถจัดลำดับคอมพิวเตอร์ออกเป็น๔  รุ่น  ดังต่อไปนี้

คอมพิวเตอร์รุ่นที่  ๑  (ค.ศ. ๑๙๕๑ - ๑๙๕๖/ พ.ศ. ๒๔๙๔ - ๒๔๙๙)
คอมพิวเตอร์รุ่นที่  ๒ (ค.ศ. ๑๙๕๗ - ๑๙๖๓/ พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๖)
คอมพิวเตอร์รุ่นที่  ๓  (ค.ศ. ๑๙๖๔ - ๑๙๗๐/ พ.ศ. ๒๕๐๗ - ๒๕๑๓)
คอมพิวเตอร์รุ่นที่  ๔  (ค.ศ. ๑๙๗๑ - ปัจจุบัน/ พ.ศ. ๒๕๑๔ - ปัจจุบัน)


คอมพิวเตอร์ในรุ่นที่ ๑
          คอมพิวเตอร์ในรุ่นที่   ๑ ได้เริ่มขึ้นในปี  พ.ศ.  ๒๔๙๔  โดยได้ใช้วิทยาการของหลอดสุญญากาศ  (vacuum  tube)  และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการสร้างวงจรตรรก  (logic  circuit) ของคอมพิวเตอร์  สำหรับหน่วยความจำ  ได้ใช้วิทยาการของดรัมแม่เหล็ก  (magnetic  drum)  ในช่วงแรก  ต่อมาภายหลัง  ได้ใช้วิทยาการของแกนแม่เหล็ก  (magnetic  core)  ในการเก็บบันทึกข้อมูลและผลลัพธ์  ในระยะแรก  การป้อนข้อมูลและชุดคำสั่งจะต้องอาศัยบัตรของคอมพิวเตอร์ (punched  card)  แต่ในระยะหลัง  ก็เริ่มใช้แถบแม่เหล็ก (magnetic  tape)  ในการป้อนและเก็บบันทึกข้อมูล  เนื่องจากคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ประกอบไปด้วยหลอดสุญญากาศ  ซึ่งมีขนาดใหญ่และ ต้องใช้ปริมาณไฟฟ้ามาก  เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกนี้จึงมีขนาดใหญ่  ใช้เนื้อที่มาก  และมีความร้อนสูง  อายุการใช้งานของหลอดสุญญากาศจึงค่อนข้างสั้น  และทำให้ต้องบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์มาก  โดยจะต้องเปลี่ยนหลอดสุญญากาศบ่อยๆ ตัวอย่างของคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จในรุ่นที่  ๑  นี้คือ  เครื่อง ยูนิแว็ก  ๑  (UNIVAC  I - Universal  Automatic Computer)  ซึ่งผลตขึ้นมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๙๔ และจำหน่ายได้ถึง  ๔๖  เครื่อง


คอมพิวเตอร์รุ่นที่ ๒
          คอมพิวเตอร์รุ่นที่  ๒ได้เริ่มต้นขึ้นในปี  พ.ศ.  ๒๕๐๐  เมื่อมีการใช้ทรานซิสเตอร์แทนหลอดสุญญากาศ  โดยทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กกว่าหลอดสุญญากาศ  และใช้ปริมาณไฟฟ้าน้อยกว่า  จึงทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง  และมีอายุการใช้งานนานขึ้น  ถึงแม้ว่าทรานซิสเตอร์ได้รับการพัฒนาขึ้นมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๙๑ แต่ทรานซิสเตอร์ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้แทนหลอดสุญญากาศอย่างแพร่หลายในช่วงแรกๆ หลังจากที่ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาวิทยาการของทรานซิสเตอร์ในช่วง  ๑๐  ปีแรก  ทรานซิสเตอร์จึงเริ่มมีประสิทธิภาพดีเพียงพอที่สามารถนำมาใช้ทดแทนหลอดสุญญากาศได้  สำหรับหน่วย    ความจำ  ก็ได้ใช้วิทยาการที่มีประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นของแกนแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก (magnetic disk)  ในการเก็บบันทึกข้อมูล  สำหรับการป้อนข้อมูล  ก็เริ่มใช้แป้นพิมพ์ (keyboard)  ในปี  พ.ศ.๒๕๐๕  ตัวอย่างของเครื่องรุ่นนี้คือ  เครื่องไอบีเอ็ม ๑๔๐๑  (IBM 1401)  ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงและได้นำไปใช้งานมากกว่า  ๑๗,๐๐๐  เครื่อง

คอมพิวเตอร์ในรุ่นที่ ๓

          คอมพิวเตอร์ในรุ่นที่  ๓ได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.  ๒๕๐๗  เมื่อคอมพิวเตอร์ได้เริ่มใช้วงจรเบ็ดเสร็จ  (integrated  circuit)  ซึ่งวิทยาการของวงจรเบ็ดเสร็จทำให้เราสามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้ถึง  ๑,๐๐๐  ตัว  ลงในแผ่นซิลิคอนที่มี ขนาดเล็กมาก  คือ  เล็กกว่า  ๑  ตารางนิ้ว  นอกจากนี้ก็ยังช่วยลดต้นทุนของเครื่องคอมพิวเตอร์  เนื่องจากการผลิตคอมพิวเตอร์โดยใช้วงจรเบ็ดเสร็จมีราคาถูกกว่าการผลิตคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์แบบแยกเป็นตัวๆ  อีกทั้งทำให้คอมพิวเตอร์มี ขนาดเล็กลง  ใช้ปริมาณไฟฟ้าน้อยลง  และมีชิ้นส่วนขนาดใหญ่น้อยลงด้วย  แต่ถ้ามีทรานซิสเตอร์ที่เสียอยู่ในวงจรเบ็ดเสร็จ  เราจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนวงจรเบ็ดเสร็จทั้งวงจร และเนื่องจากมีชิ้นส่วนขนาดใหญ่น้อยลง  การซ่อมจึงทำได้ง่ายขึ้น  แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มขีดความสามารถของเครื่องรุ่นนี้  โดยการเพิ่มวงจรและความเร็วได้มากขึ้น  สำหรับหน่วยความจำ  ก็ได้เริ่มใช้ความจำแบบฟิล์มบาง  (thin  film  memory)  ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้นและมีความจุมาก  ตัวอย่างของเครื่องรุ่นนี้คือ  เครื่องไอบีเอ็ม  ๓๖๐  (IBM  360)


คอมพิวเตอร์ในรุ่นที่ ๔

          คอมพิวเตอร์ในรุ่นที่  ๔ได้เริ่มต้นขึ้นในปี  พ.ศ.  ๒๕๑๔  เมื่อคอมพิวเตอร์ได้เริ่มใช้วงจรเบ็ดเสร็จขนาดใหญ่  (large  scale  integrated circuit)  ซึ่งสามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้ตั้งแต่ ๑,๐๐๐  ตัว  จนถึง  ๑๐,๐๐๐  ตัว  ลงในแผ่น    ซิลิคอนขนาดเล็ก  จึงทำให้เรามีขีดความสามารถในการผลิตไมโครโพรเซสเซอร์ได้สำเร็จ  ไมโครโพรเซสเซอร์อันแรกได้ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัทอินเทล  (Intel  Corporation)   ในปี  พ.ศ.  ๒๕๑๔  เรียกว่า  รุ่น  ๔๐๐๔  และมีทรานซิสเตอร์ถึง    ๒,๓๐๐  ตัว  อีกทั้งสามารถผลิตหน่วยความจำประเภทชั่วคราว - แรม (random  access  memory) และหน่วยความจำประเภทถาวร - รอม (read  only memory)  ลงบนวงจรเบ็ดเสร็จขนาดใหญ่  จึงทำให้เรามีความสามารถในการผลิตคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กตั้งบนโต๊ะสำหรับใช้ส่วนบุคคลหรือที่เรียกว่า  ไมโครคอมพิวเตอร์  (microcomputer) ได้

          สำหรับรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ทั้ง ๔  รุ่น  ผู้อ่านสามารถเพิ่มเติมได้จากบทความเรื่อง "วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์" ในหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม ๑๑

ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ หมายถึง, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ ความหมาย, ลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu