ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

ครอบครัวไทย, ครอบครัวไทย หมายถึง, ครอบครัวไทย คือ, ครอบครัวไทย ความหมาย, ครอบครัวไทย คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
ครอบครัวไทย

          ระบบครอบครัวและเครือญาติ หมายถึงระบบของเครือข่ายความสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกันโดยทางสายเลือด หรือการแต่งงานการจะนับว่าใครเป็นญาติของเราบ้างนั้นขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ในแต่ละวัฒนธรรม การจัดระบบเครือญาติเป็นเรื่องทาง "วัฒนธรรม" ไม่ใช่เรื่อง"ธรรมชาติ" แม้ว่าปรากฏการณ์ พ่อ แม่ ลูก จะเป็นเรื่องธรรมชาติ และมีปรากฏในทุกๆ สังคมแต่แต่ละสังคมก็จะมีการจัดระบบเครือญาติในการกำหนดบทบาทแนวปฏิบัติ และหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวต่างกันไป บางสังคมเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับญาติข้างพ่อ เช่น สังคมจีน สังคมอินเดีย บางสังคมก็ให้ความสำคัญกับญาติข้างแม่ เช่น สังคมกะเหรี่ยงโปว หรือบางสังคมก็ให้ความสำคัญกับญาติทั้งสองฝ่าย เช่นสังคมพม่า สังคมอินโดนีเซีย สังคมไทย เป็นต้น
         เนื่องจากระบบครอบครัวและเครือญาติเป็นระบบความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานที่สุดในสังคมและมีความสำคัญมากในการเข้าใจสังคมไทย การกล่าวถึงลักษณะของครอบครัวไทยในที่นี้จึงจะเน้นให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับสังคมไทย โดยเฉพาะในระดับสังคมหมู่บ้านในชนบทไทย ซึ่งครอบครัวและเครือญาติมีบทบาทอย่างมากในวิถีชีวิตชุมชนหมู่บ้าน ในการนำเสนอเพื่อให้เห็นภาพดังกล่าวนี้ จะกล่าวถึงกฎเกณฑ์การตั้งถิ่นฐานหลังการแต่งงานที่มีผลต่อวัฎจักรของครอบครัว และการสร้างกลุ่มครอบครัวและเครือญาติอันนับเป็นโครงสร้างของสังคมหมู่บ้าน และกฎเกณฑ์การรับมรดกในครอบครัวไทย จากนั้นเพื่อให้เห็นความสำคัญของครอบครัวและเครือญาติในสังคมในวงกว้างจะขอกล่าวถึงคำเรียกญาติ การนับญาติ และการขยายการนับญาติในสังคมไทย และส่วนสุดท้ายจะให้ภาพความเปลี่ยนแปลงในระบบครอบครัวอันเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
กฎเกณฑ์การตั้งถิ่นฐานหลังการแต่งงาน
          สังคมไทยเป็นสังคมที่ใช้ระบบการนับญาติทั้งสองฝ่าย คนคนหนึ่งจะนับญาติทั้งฝ่ายบิดาและมารดา นั่นคือ นับรวม ปู่ ย่า ตา ยาย พี่น้องของปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ลูกหลานของลุง ป้า น้า อา พี่น้องของตัวเอง และลูกหลานของตัวเองเป็นเครือญาติพี่น้องทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในสังคมไทยโดยทั่วไป มีแนวโน้มที่เน้นทางมารดาทั้งนี้เพราะกฎเกณฑ์ในการตั้งบ้านเรือนในสังคมไทยโดยทั่วไปทุกภาค นิยมให้หนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่อาศัยในบ้านบิดามารดาของฝ่ายหญิง(matrilocality) ซึ่งในภาษาพูดเรียกว่า "แต่งลูกเขยเข้าบ้าน" แต่ก่อนในสังคมชนบท ถ้าเราถามผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานว่า "แต่งงานแล้วจะไปอยู่ที่ไหน" มักจะได้รับคำตอบว่า "ไปอยู่บ้านพ่อตา" ซึ่งตรงข้ามกับธรรมเนียมจีนที่นิยม "แต่งสะใภ้เข้าบ้าน"ซึ่งเป็นธรรมเนียมนิยมการตั้งถิ่นฐานที่อิงบิดามารดาของฝ่ายชาย
         แบบแผนที่ยึดถือปฏิบัติโดยส่วนใหญ่ในอดีตคือ หนุ่มสาวจะอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงสักระยะหนึ่ง โดยฝ่ายชายจะช่วยพ่อตาทำนา ถือเป็นการให้แรงงานแก่ฝ่ายเจ้าสาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายสินสอดที่มอบให้พ่อแม่เจ้าสาว แต่เป็นการให้จากฝ่ายชายไปสู่ฝ่ายหญิงในรูปของแรงงานในทางภาคเหนือถือว่าการให้แรงงานเช่นนี้เป็นทางหนึ่งเพื่อตอบแทนบรรพบุรุษทางฝ่ายหญิงที่ให้ความคุ้มครองดูแลมาจนเติบใหญ่ ต่อเมื่อลูกสาวคนที่สองแต่งงานและพาสามีเข้ามาอยู่ในบ้านลูกสาวคนโตและลูกเขยคนโตจะย้ายออกไป ซึ่งอาจจะ "ออกเรือน" ไปสร้างบ้านใหม่อีกหลังต่างหากแต่อยู่ในบริเวณเดียวกันกับบ้านพ่อแม่ฝ่ายหญิงหรืออาจจะเปลี่ยนไปอยู่ในบริเวณเดียวกับบ้านของพ่อแม่ฝ่ายชายหรืออาจจะไปตั้งบ้านเรือนอยู่ใหม่ต่างหากเดี่ยวๆ ในหมู่บ้านเดิม หรือที่อื่น เมื่อลูกสาวคนที่สามแต่งงาน ลูกสาวคนที่สองและเขยคนที่สองก็จะทำเช่นเดียวกัน ตามธรรมเนียมไทยเมื่อลูกสาวคนเล็กแต่งงานและพาเขยเล็กเข้ามาอยู่ในบ้าน ลูกสาวคนเล็กมีหน้าที่ดูแลพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า และจะอยู่กับพ่อแม่จนพ่อแม่เสียชีวิตและบ้านก็จะตกเป็นของลูกสาวคนเล็กและสามี
          ที่กล่าวมานั้นเป็นรูปแบบในอุดมคติของธรรมเนียมการย้ายที่อยู่หลังการแต่งงาน ซึ่งนิยมไปอยู่กับครอบครัวพ่อแม่ของฝ่ายหญิง แต่ในบางสถานการณ์ เช่น ในครอบครัวที่ไม่มีลูกสาวมีแต่ลูกชายเพียงคนเดียว ทางพ่อแม่ของฝ่ายชายก็จะพยายามแต่งสะใภ้เข้าบ้าน เพื่อที่จะได้มีลูกคอยดูแลในยามแก่เฒ่า หรือในกรณีที่ฝ่ายชายร่ำรวยกว่ามาก ก็อาจจะอยากให้ฝ่ายหญิงมาอยู่กับครอบครัวพ่อแม่ของฝ่ายชายแทน
         สืบเนื่องจากกฎเกณฑ์คนไทยที่นิยมตั้งบ้านเรือนค่อนมาทางครอบครัวของฝ่ายหญิง และฝ่ายชายนิยม "แต่งออก" ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งถ้าที่ใดนิยมแต่งงานกับคนนอกหมู่บ้าน จะมีผลให้หมู่บ้านหนึ่งๆ เป็นที่รวมของครอบครัวและเครือญาติของฝ่ายหญิง เด็กที่เติบโตมาจะใกล้ชิดสนิทสนมกับยายมากกว่าย่า และสนิทกับน้าซึ่งเป็นน้องของแม่มากกว่าอาซึ่งเป็นน้องของพ่อ จึงเป็นลักษณะของเครือญาติที่เน้นมาทางมารดา ในหมู่บ้านหนึ่งๆจึงมักจะพบลักษณะการตั้งบ้านเรือนที่มีบ้านที่ประกอบด้วยพ่อตา แม่ยาย ลูกสาวคนเล็กและลูกเขยคนเล็กและหลาน ในบริเวณเดียวกันอาจจะมีบ้านของลูกสาวคนโต และลูกสาวคนรอง  ทำให้กลุ่มของบ้านมีลักษณะการรวมกันโดยมีฝ่ายหญิงเป็นหลัก เพราะฉะนั้นหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็จะประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ ของบ้านที่เป็นครอบครัวเครือญาติกัน
         กลุ่มครอบครัวเครือญาติ ที่มักประกอบด้วยครอบครัวของพี่สาวน้องสาวอย่างน้อย ๒-๔ ครอบครัวนั้น มักจะมีบทบาทช่วยเหลือพึ่งพากันในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ในอดีตก่อนที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนมาทำเกษตรกรรมเพื่อขายหรือเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อการค้า การ "เอาแรง" ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงแรงงานในการดำนาเกี่ยวข้าว มักกระทำกันระหว่างครอบครัวของพี่น้อง กลุ่มครอบครัวเครือญาติ จึงถือว่าเป็นแหล่งแรงงานที่ให้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน  นอกจากการช่วยเหลือกันในการทำนาแล้ว ยังมีการช่วยเหลือกันในกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ อีก เช่น ถ้าพี่น้องคนใดจะปลูกบ้านใหม่ก็มีการเอาแรงไปช่วยกันปลูกบ้านให้ หรือถ้าบ้านใดมี "งาน" ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่งงาน งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่ สมาชิกในกลุ่มเครือญาติเดียวกันก็จะมาช่วยกัน ซึ่งอาจจะรวมตั้งแต่ช่วยทำอาหาร ช่วยจัดงาน ช่วยรับแขก ในยามทุกข์ยาก  กลุ่มครอบครัวเครือญาติสนิทนี้ก็จะเป็นแหล่งที่พึ่งพาช่วยเหลือทางการเงินกันด้วย จึงนับว่ากลุ่มครอบครัวเครือญาติเป็นกลุ่มคนที่เป็นหลักประกันสังคมที่สำคัญในวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยโดยเฉพาะในอดีต
วัฎจักรของครอบครัวไทย

          เมื่อการย้ายที่อยู่หลังการแต่งงานเป็นไปในลักษณะดังกล่าว จึงมีผลโดยตรงกับวัฎจักรของครอบครัว หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือ การเป็นครอบครัวเดี่ยว  ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูกกับการเป็นครอบครัวขยาย ซึ่งในที่นี้ขอใช้ในความหมายกว้าง ซึ่งหมายถึง ลักษณะของครอบครัวที่ประกอบด้วยคน ๓ รุ่น คือ ตายายพ่อแม่ และลูกสาวลูกเขย ขึ้นอยู่กับขั้นตอนแต่งงานของลูกสาว ซึ่งทำให้เกิดวัฎจักรการเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยายไปสู่ครอบครัวเดี่ยว และจากครอบครัวเดี่ยวไปสู่ครอบครัวขยาย ดังนี้
          ขั้นตอนที่ ๑ ครอบครัวเดี่ยว ประกอบด้วยพ่อแม่และลูกชายลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน
          ขั้นตอนที่ ๒ เมื่อลูกชายลูกสาวถึงวัยแต่งงาน ลูกชายแต่งงานแล้วออกไปอยู่กับบ้านฝ่ายหญิงลูกสาวคนโตแต่งงานและพาสามีเข้ามาอยู่ในบ้านเมื่อลูกสาวมีลูกทำให้เกิดสภาพเป็นครอบครัวขยาย
          เมื่อลูกสาวคนเล็กแต่งงาน ลูกสาวคนโตและสามีย้ายออก ลูกสาวคนเล็กและสามีมีลูกและทั้งคู่อยู่ดูแลพ่อแม่ ช่วงที่ครอบครัวของลูกสาวอยู่ในบ้านของพ่อแม่และผลัดกันย้ายออก นับเป็นช่วงของครอบครัวขยายที่กินเวลายาวนาน และจะเป็นช่วงของวัฎจักรของครอบครัวที่เป็นครอบครัวขยายตราบเท่าที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่
          การเป็นครอบครัวขยายในขั้นตอนที่ ๒ นี้นักมานุษยวิทยาเรียกว่าเป็น stem family ซึ่งหมายถึงการที่ตายายและพ่อแม่อยู่เป็นหลัก และลูกผลัดกันอาศัยอยู่กับพ่อแม่ และย้ายออกไปในลักษณะที่กล่าวมาแล้วว่า เมื่อลูกคนรองแต่งงานพาสามีเข้ามา ลูกคนโตและสามีก็แยกครอบครัวออกไปตั้งบ้านเรือนใหม่ ซึ่งแตกต่างจากครอบครัวจีนซึ่งเป็นครอบครัวขยายในลักษณะที่ไม่ว่าลูกชายคนใดจะแต่งงานจะพาสะใภ้เข้ามาอยู่ในบ้าน ในบ้านจึงมีทั้งครอบครัวของพี่ชายคนโต คนรอง และน้องคนเล็ก แต่ถ้าเป็นครอบครัวไทย ลูกที่แต่งงานแล้วจะอยู่กับพ่อแม่ชั่วคราว จนกระทั่งมีลูกของตัวเอง หรือเมื่อน้องคนต่อไปแต่งงาน หรือเมื่อพร้อมก็จะย้ายออกไปตั้งครอบครัวใหม่
          ขั้นตอนที่ ๓ พ่อแม่เสียชีวิต วัฎจักรของครอบครัวกลับกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวอีกครั้งหนึ่งลูกสาวคนเล็กกับสามีกลายเป็นเจ้าของบ้าน โดยลูกสาวคนเล็กเป็นผู้ได้รับมรดกจากพ่อแม่
          ดังนั้น จึงไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่าครอบครัวไทยมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยว หรือเป็นครอบครัวขยาย ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขยายขึ้นอยู่กับว่าครอบครัวนั้นๆอยู่ในช่วงใดในวัฎจักรของครอบครัว โดยปกติเมื่อนักมานุษยวิทยาเข้าไปศึกษาหมู่บ้านในภาคต่างๆ ของไทย จะพบทั้งหมู่บ้านที่มีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยว และครอบครัวขยาย เพราะในหมู่บ้านหนึ่งๆ ย่อมประกอบด้วยบ้านซึ่งอาจจะอยู่ในสถานะของครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยายแต่ถ้านักมานุษยวิทยาคนเดียวกันกลับไปที่หมู่บ้านเดิมที่เคยเข้าไปศึกษาเมื่อสิบปีต่อมา จำนวนของครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยายในหมู่บ้านนั้น ก็จะต่างไปจากจำนวนที่ได้บันทึกไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเป็นครอบครัวขยายนั้นมีความโน้มเอียงที่เป็นครอบครัวขยายที่มีองค์ประกอบที่ค่อนมาทางฝ่ายหญิงและครอบครัวของฝ่ายหญิง


กฎเกณฑ์การรับมรดก
          ในบางสังคมมีประเพณีที่จะยกมรดกให้แก่ลูกชายเท่านั้น เช่น สังคมจีนสมัยก่อนซึ่งลูกสาวจะได้มรดกน้อยหรือไม่ได้เลย หรือในบางสังคมกำหนดให้ลูกชายรับมรดกจากลุงซึ่งเป็นพี่ชายของมารดา เช่น ในสังคมที่ให้ความสำคัญกับญาติทางฝ่ายมารดา และบางสังคมมีกฎเกณฑ์ที่จะแบ่งสมบัติให้ลูกทุกๆ คนเท่ากัน  โดยทั่วๆ ไปสังคมไทยมีการแบ่งมรดกในลักษณะที่เท่าเทียม โดยหลักการถ้าถามพ่อแม่คนไทยว่า "จะให้มรดกกับลูกคนไหน" มักได้รับคำตอบว่า "ก็ให้ลูกทุกคน"แต่ในทางปฏิบัติ อาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์หรือสาเหตุเฉพาะกรณี ซึ่งสัมพันธ์กับกฎเกณฑ์อื่นๆในระบบครอบครัว
          การที่สังคมไทยนิยมแต่งลูกเขยเข้าบ้านทำให้ในทางปฏิบัติ แม้ว่าลูกชายจะได้มรดกเป็นที่นา แต่เมื่อต้องมาอาศัยอยู่กับครอบครัวของฝ่ายหญิงซึ่งอาจจะอยู่ต่างหมู่บ้านกัน ทำให้ตัดสินใจขายที่นาของตนให้กับน้องสาว  โดยเฉพาะน้องสาวจะอยู่ในหมู่บ้านต่อไป หรือลูกชายอาจจะสละสิทธิ์ในการเอาที่นามาเป็นมรดก ในกรณีนี้พ่อแม่อาจให้เป็นเงินซึ่งมีค่าเท่ากับที่นาให้กับลูกชายผลดีในเรื่องนี้ก็มีในแง่ที่ว่า ทำให้ที่นายังคงเป็นผืนใหญ่ ไม่ถูกแบ่งไปเพราะพี่ชายมักจะขายให้น้องสาว ทำให้ยังสามารถรักษาที่นาผืนใหญ่ไว้ได้แต่ในกรณีที่พี่ชายไม่ขายให้น้องสาว แต่ขายให้คนอื่น ก็อาจทำให้ที่นาของพ่อแม่เล็กลง เพราะถูกแบ่งขาย ท้ายที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน ที่นาอาจจะผืนเล็กลงจนทำนาไม่ได้ ทำให้ต้องขายไปในที่สุด

ครอบครัวไทย, ครอบครัวไทย หมายถึง, ครอบครัวไทย คือ, ครอบครัวไทย ความหมาย, ครอบครัวไทย คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu