ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

ไม้เลื้อย, ไม้เลื้อย หมายถึง, ไม้เลื้อย คือ, ไม้เลื้อย ความหมาย, ไม้เลื้อย คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
ไม้เลื้อย

          ไม้เลื้อยดอกหอมของไทย พบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติค่อนข้างมาก อาจจะเนื่องมาจากส่วนใหญ่มีการกระจายพันธุ์ได้ดี หลายชนิดเป็นที่นิยมปลูกกันทั่วไป และอีกหลายชนิดยังคงเป็นไม้ป่าที่ไม่รู้จักแพร่หลาย หากในการศึกษาสำรวจ ได้มีการบันทึกข้อมูลเรื่องกลิ่นหอมไว้ด้วย อาจจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกมาก ชนิดที่มีกลิ่นหอมน่าปลูกเช่น
กุมาริกา หรือ สร้อยสุมาลี หรือ ช่อมาลี (Parameria barbata Schum. หรือเดิม (P.laevingata)

          กุมาริกาเป็นไม้เลื้อยในวงศ์ Apocynaceae วงศ์เดียวกับยี่โถ และหิรัญญิการ์ ชื่อทั้งสามนั้นเป็นชื่อที่นิยมเรียกในวงการไม้ประดับมากกว่าชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ได้แก่ เครือเขามวก เครือเขามวกขาวตั่งตู้เครือ ตังติด มวก ส้มลม วอร์กั้นจรู้ก วันจรู้กและส้มเย็น เถาของกุมาริกาค่อนข้างเล็ก แต่เหนียวแยกสาขามาก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ค่อนข้างถี่ รูปรีแกมรูปไข่กลับ ยาว ๒-๔ ซม. กว้าง๑.๕-๒ ซม. ปลายแหลม เนื้อใบหนาเล็กน้อยช่อดอกแยกแขนง ออกตามซอกใบเกือบตลอดกิ่งดอกสีขาว ขนาดเล็ก ประมาณ ๓ มม. แต่ดอกดกและบานพร้อมๆ กัน จึงดูสวยงามมาก กลิ่นหอมค่อนข้างแรง ดอกบานในฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง หรือเพาะเมล็ดในธรรมชาติพบตามป่าเบญจพรรณ หรือชายป่าอื่นๆ


กลอย และชนิดใกล้เคียง (Dioscorea spp.)

         ไม้เถาและมีหัวพวกเดียวกับกลอย ในเมืองไทยมีประมาณ ๓๐ ชนิด ส่วนใหญ่ดอกมีกลิ่นหอมในช่วงหลังฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว ตามป่าต่างๆโดยเฉพาะป่าเบญจพรรณ มักจะเป็นช่วงฤดูออกดอกของ "กลอย" หลายชนิด ส่งกลิ่นหอมไปทั้งป่า พืชพวกกลอยเป็นไม้เถาล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดินเถามักจะยาว เลื้อยไปตามต้นไม้ได้สูงและไกลใบมีหลายชนิด หลายรูปแบบ มีทั้งพวกที่มีใบเดี่ยวและใบประกอบ ส่วนใหญ่จะสังเกตได้จากใบซึ่งเป็นใบเดี่ยว มีเส้นใบออกจากฐานใบหลายเส้นยาวไปถึงปลายใบ เนื้อใบมักจะบาง ช่อดอกส่วนมากแยกเพศ ช่อห้อยลง ดอกขนาดเล็ก ค่อนข้างแน่น ดอกเพศผู้มักจะมีกลิ่นหอมแรงกว่าดอกเพศเมีย ผลเป็นผลแห้ง มี ๓ ปีก ช่วงที่มีผลแห้งต้นเหนือดินมักจะตายไปแล้ว เห็นเป็นเถาสีนวลอมน้ำตาลอ่อน มีผลห้อยระย้า ระเกะระกะอยู่ตามไม้ใหญ่ที่ต้นเคยเลื้อยพันอยู่ หลายชนิดของพืชสกุลนี้ใช้หัวทั้งใต้ดิน และตามเถา เป็นอาหารได้ จึงมีชื่อเรียกเป็นมันต่างๆ เช่น มันเสา (D. alataLinn.) มันขมิ้น หรือว่านพระฉิม (D. bulbiferaLinn.) และมันดง (D. glabra Roxb.)
เป็นต้น
         ส่วนใหญ่ยังไม่มีการปลูกมันพวกนี้อย่างจริงจัง มักจะเก็บหัวจากตามป่า ขยายพันธุ์โดยเมล็ดหรือโดยหัวตามเถา


ขจร หรือสลิด (Telosma minor Craib)
          จากตอนหนึ่งในบทเห่เรือเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ กล่าวถึงขจรไว้ดังนี้
         

          ขจรเป็นไม้เถาล้มลุกที่มียางขาวคล้ายน้ำนมพบขึ้นทั่วไปตามชายป่า ป่าเบญจพรรณ ป่าผลัดใบนิยมปลูกกันแพร่หลาย เถามีลักษณะกลม ค่อนข้างเล็ก ผิวไม่เรียบ สีขาวอมเทา ใบออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปหัวใจ ปลายแหลมหรือเรียวแหลมเนื้อใบบางและอ่อน ขนาดใบ ๔-๗ ซม. ช่อดอกเกิดตามซอกใบ เป็นช่อกระจุก ห้อยลง ดอกในช่อทยอยบานไปเรื่อยๆ ขนาด ๑.๒-๑.๕ ซม.กลีบดอกส่วนโคนเป็นหลอด ส่วนปลายแผ่กางออกเป็น ๕ แฉก ปลายแฉกมน ดอกบานใหม่สีเขียว วันต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง เหลืองจนถึงเหลืองอมส้มในบางพันธุ์ ดอกมีกลิ่นหอมขจรขจายสมชื่อ ออกดอกในหน้าฝน ฝักคล้ายกระสวย ยาว ๑๐-๑๒ ซม. กว้างประมาณ ๒ ซม.ฝักแก่แตก เมล็ดมีจำนวนมาก มีพู่สีขาวละเอียดปลิวไปได้ไกล
          ขจรเป็นพันธุ์ไม้วงศ์เดียวกับดอกรักและนมตำเรีย นอกจากจะเป็นไม้ประดับแล้ว ขจรยังเป็นพืชผักที่นิยมนำใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อนมาใช้เป็นอาหาร
คัดเค้า (Oxyceros horridus Lour. หรือเดิมRandia siamensis Craib)

          คัดเค้า หรือ คัดเค้าเครือ คัดเค้าหนาม เค็ดเค้า จีเค้า หนามลิดเค้าและพญาเท้าเอว โดยทั่วๆไปเรียกคัดเค้า เป็นไม้เลื้อยยืนต้น มีหนามแหลมแข็งและโค้ง เป็นพืชพวกเดียวกับเข็ม พุดซ้อนและยอ ในวงศ์ Rubiaceae พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ หรือตามที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ต้นมักจะเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว ๕.๕-๑๒ ซม. กว้าง ๒.๕-๔ ซม. ปลายใบแหลมหรือมน ผิวใบค่อนข้างมันเนื้อใบเหนียว ดอกเกิดที่ปลายกิ่งตามซอกใบเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ขนาดดอกประมาณ ๑.๕ ซม.โคนดอกเป็นหลอด ปลายแยกเป็น ๕ แฉก เกสรยาวเรียงสลับกับแฉก ดอกบานใหม่สีขาวนวลวันต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอมเป็นที่รู้จักมานาน เสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  ประพันธ์ไว้ใน  พรรณไม้ในวรรณกรรมสุนทรภู่  ดังนี้
         

          คัดเค้านอกจากดอกจะมีกลิ่นหอมแล้ว ยังใช้ส่วนต่างๆ ทุกส่วนคือ ต้น ราก ใบ ดอก และผล เป็นสมุนไพรได้ด้วย ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง
   

ไม้เลื้อย, ไม้เลื้อย หมายถึง, ไม้เลื้อย คือ, ไม้เลื้อย ความหมาย, ไม้เลื้อย คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu