ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

การกำจัดหรือการควบคุม, การกำจัดหรือการควบคุม หมายถึง, การกำจัดหรือการควบคุม คือ, การกำจัดหรือการควบคุม ความหมาย, การกำจัดหรือการควบคุม คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
การกำจัดหรือการควบคุม

          เมื่อวัชพืชเป็นศัตรูพืชปลูก จำเป็นต้องมีการกำจัด เพื่อให้ปริมาณวัชพืชลดลงหรือหมดไป และเพื่อให้การกำจัดหรือควบคุมนั้นมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักและทราบลักษณะทางพฤกษศาสตร์หรือวงชีพของวัชพืชนั้น ๆ เสียก่อน  เช่น วัชพืชที่มีหัวและไม่มีหัวต้องเลือกใช้วิธีกำจัดหรือใช้ยาต่างกัน พืชใบแคบซึ่งส่วนใหญ่ หมายถึง หญ้า และกก นอกนั้นเป็นพืชใบกว้าง วัชพืชมีการสนองตอบต่อยากำจัดวัชพืชต่างกันด้วย  เช่น สารเคมีพวกกรดซัลฟิวริก (sulphuric acid) จะกำจัดพืชใบกว้างชนิดที่เป็นไม้ล้มลุกอายุสั้นได้  ทั้งนี้เพราะว่าตาหรือยอดอ่อนไม่มีใบหุ้ม สารเคมีจะถูกตา ทำให้ตาหรือยอดอ่อนเสียไป  ไม่เจริญเติบโต ส่วนพวกหญ้าและกก  ซึ่งเป็นพืชใบแคบ ยอดอ่อนหรือตาถูกหุ้มด้วยกาบใบหลายชั้น  สารเคมีเข้าถึงตาหรือยอดอ่อนได้ยาก หรือ ไม่ได้  จึงทำให้การกำจัดวัชพืชเหล่านี้ไม่ได้ผลดี  นอกจากนี้แล้ว ยังต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อม และขนาดเนื้อที่ที่ทำการเพาะปลูกด้วย การกำจัดวัชพืชมีหลายวิธีดังนี้


การกำจัดวัชพืชด้วยวิธีเขตกรรม

          เป็นวิธีการสมัยโบราณ ซึ่งชาวไร่ชาวสวนทั่วๆ ไปปฏิบัติ แต่วิธีการเหล่านี้ยังเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพ วิธีนี้มีหลายอย่าง ได้แก่
          ๑) การถอน  ชาวสวนมักดายหญ้าต้นสูง ๆ ออก หรือที่เรียกว่า ทำรุ่น โดยใช้มีด จอบ หรือเสียม หากต้นเล็กใช้การถอนออก ซึ่งเหมาะสำหรับสวนที่มีเนื้อที่น้อย ๆ และวัชพืชนั้นเพิ่งเริ่มงอก รากหยั่งดินยังไม่ลึก ถ้าเป็นวัชพืชที่มีอายุข้ามปี  การใช้มือถอน  จะทำให้รากขาด ถ้าทิ้งไว้รากจะงอกขึ้นมาใหม่  การถอนวัชพืชควรรดน้ำให้ดินแฉะเสียก่อน ทำให้ถอนง่ายขึ้น เช่น แห้วหมูที่ขึ้นแซมในสนามหญ้า  หากถอนเมื่อดินแข็ง ต้นมักขาด  หัวยังคงอยู่ในดิน สามารถงอกใหม่ได้ ควรรดน้ำเสียก่อน เวลาถอนหัวแห้วหมูจะได้ติดมาด้วย  การใช้มือถอนควรทำก่อนที่วัชพืชออกดอก
          ๒) การขุดโดยใช้มีด จอบ และเสียม เครื่องมือเหล่านี้เป็นเครื่องมือของกสิกร  ใช้ถางขุดทำลายวัชพืช  ทำได้ตั้งแต่ไร่ขนาดเล็กถึงไร่ขนาดใหญ่ แต่ต้องมีแรงงานพอที่จะทำการขุดหรือถาง  การใช้จอบ หรือเสียม  รากของวัชพืชจะถูกขุดขึ้นมาด้วย  และถ้าตากดินทิ้งไว้รากจะแห้งตาย  เช่น แห้วหมู ส่วนการใช้จอบหรือเสียมหรือมีดถากถางหญ้านั้น เป็นเพียงตัดต้นวัชพืชเฉพาะส่วนที่อยู่บนดินเท่านั้น ส่วนที่อยู่ใต้ดินยังคงอยู่ จะแตกเป็นต้นใหม่อีกเมื่อได้รับความชื้น  ดังนั้น  ควรขุดหรือถางพื้นดิน แล้วเก็บวัชพืชทิ้ง ซึ่งเป็นวิธีทำลายวัชพืช และเป็นการพรวนดินให้แก่พืชปลูกอีกด้วย
          ๓) การใช้เครื่องมือทุ่นแรงในการเกษตร เช่น  การใช้รถแทรกเตอร์ไถหรือพรวนดิน ก่อนลงมือปลูกพืช นอกจากเป็นการเตรียมดินแล้ว ยังทำให้จำนวนวัชพืชลดลงได้มาก  เช่น หญ้าขจรจบ ถ้ามีการไถพรวนดินสัก ๒ - ๓ ครั้ง ก่อนลงมือปลูกข้าวโพด เมล็ดหญ้าขจรจบจะงอกน้อยกว่าไถพรวนเพียงครั้งเดียว  รากวัชพืชบางชนิดหยั่งดินลึก การไถพรวนตื้นไม่สามารถกำจัดได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของดิน ถ้าดินแห้งไถพรวนได้ตื้น  ถ้าดินชื้นไถพรวนได้ลึก  สามารถไถได้ลึก ๘ - ๑๐ นิ้ว จากผลการเพาะเมล็ดหญ้าขจรจบในความลึกต่าง ๆ กัน  ปรากฏว่า ถ้าเพาะที่ผิวดิน จะงอกประมาณร้อยละ ๘๐ หากเพาะลึก ๔  นิ้วแล้ว  เมล็ดจะงอกน้อยประมาณร้อยละ ๘  เมล็ดพืชนั้นหากฝังดินยิ่งลึกมาก ความสามารถงอกยิ่งลดลง
          ๔) การใช้เครื่องตัดหญ้าหรือกรรไกรตัดหญ้า  เป็นการทำให้วัชพืชต้นเตี้ยลง ยอดใบถูกทำลายไม่เจริญดีเท่าที่ควร หมั่นตัดอย่าให้วัชพืชเจริญเป็นต้นสูง มิฉะนั้นแล้ววัชพืชจะผลิตดอกออกผล ช่วยแพร่กระจายพันธุ์อีกด้วย
          ๕) การใช้น้ำขังให้ท่วมแปลง  เป็นวิธีการกำจัดวัชพืชอีกวิธีหนึ่ง โดยการปล่อยน้ำให้ท่วมพื้นที่เป็นระยะเวลา   ๑-๒   เดือน   ซึ่งควรเป็นระยะเวลาว่างจากการเพาะปลูกพืชผลในฤดูแล้ง   ข้อสำคัญต้องให้น้ำนั้นท่วมถึงยอดต้นวัชพืช ก่อนขังน้ำควรมีการไถพรวนดินเสียก่อน เป็นการทำลายต้นและเมล็ดวัชพืช  ทำให้จำนวนวัชพืชลดลง หรือในทางตรงกันข้าม หากวัชพืชเป็นไม้น้ำเมื่อระบายน้ำออกจากแปลงต้นจะแห้งตาย
          ๖) การใช้ความร้อนหรือเผา   ควรร้อนที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อพืชได้  อยู่ระหว่าง  ๔๕-๕๕ องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเนื้อเยื่อหรือชนิดของพืช  เพราะความร้อนไปทำให้โปรโตพลาสซึมตกตะกอนเอนไซม์ไม่ทำงาน การกำจัดวัชพืชโดยใช้เปลวไฟ หรือเผานี้  นิยมใช้กำจัดวัชพืชริมถนน  ริมคลอง คันคูชลประทาน ที่รกร้าง หรือในไร่หลังเก็บเกี่ยวแล้ว  การใช้เปลวไฟกำจัดวัชพืชในพืชไร่หลายชนิดได้ผล  แต่ต้องคำนึงถึงอุณหภูมิของเปลวไฟ  สามารถทำลายวัชพืชได้ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อพืชปลูก
          อนึ่งการเผาตอซังพืชปลูก นอกจากจะเป็นการกำจัดพืชแล้ว ยังทำให้แปลงปลูกสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและแมลงซึ่งเป็นศัตรูพืชปลูก
          ๗) การให้ร่ม อาจจะใช้ฟาง แกลบ หรือ กระดาษคลุมดิน เพื่อป้องกันมิให้ต้นวัชพืชได้รับแสงและจะตายไปในที่สุด ในต่างประเทศได้ใช้กระดาษคลุมดินแปลงอ้อยและสับปะรดกันมาก ปัจจุบันดัดแปลงเป็นแผ่นพลาสติกสีดำใช้คลุมดินเพื่อป้องกันวัชพืช ในประเทศไทยใช้ฟางข้าวและแกลบคลุมดิน  นอกจากจะรักษาความชื้นของดินแล้ว   ยังเป็นการกำจัดวัชพืชอีกด้วย โดยมากพวกแห้วหมูหรือกก  สามารถงอกทะลุฟางข้าวคลุมดินได้บ้าง   ซึ่งเราก็สามารถถอนออกได้ง่าย เพราะดินไม่แห้งแข็ง


การกำจัดวัชพืชโดยสิ่งมีชีวิต

          วิธีการนี้ได้จากประสบการณ์จากธรรมชาติ กล่าวคือ ต้นไม้ถูกรบกวนทำลายโดยศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ พืช สัตว์ แมลง และเชื้อโรค แต่มิใช่เป็นวิธีการที่สามารถกำจัดวัชพืชให้หมดสิ้นไป  เพียงลดปริมาณลงเท่านั้น การกำจัดวัชพืชโดยสิ่งมีชีวิตจะได้ผลดี สำหรับวัชพืชชนิดเดียวที่ขึ้นหนาแน่นในพื้นที่มาก ๆ  เช่น ในออสเตรเลียใช้แมลงกำจัดกระบองเพชร แมลงที่ปล่อยให้กัดกินต้นกระบองเพชร นำมาจากประเทศอาร์เจนตินา โดยเลี้ยงขยายพันธุ์ให้ได้จำนวนมาก  แล้วจึงปล่อยในทุ่งกระบองเพชร แต่การจะนำแมลง  หรือศัตรูชนิดใดเข้าประเทศเพื่อกำจัดวัชพืช ต้องคำนึงว่าศัตรูนั้น จะไม่ทำลายพืชเศรษฐกิจหรือพืชปลูก  อเมริกาใช้สัตว์น้ำชนิดหนึ่ง เรียกว่า มานาที กำจัดผักตบชวาและวัชพืชน้ำอื่นๆ สัตว์ชนิดนี้กินพืชเป็นอาหาร และเลี้ยงปลาที่กินพืชเป็นอาหาร ในบ่อที่มีวัชพืชน้ำขึ้นหนาแน่น
          ประเทศญี่ปุ่นได้มีการศึกษาค้นคว้าใช้กั้งน้ำจืด (tadpole shrimps) กำจัดวัชพืชในนาข้าว   กั้งน้ำจืดจะใช้เท้ากวาดให้เมล็ดวัชพืชที่กำลังงอกลอยน้ำ รากไม่สามารถหยั่งดิน จึงไม่เจริญเติบโต ปัจจุบันอเมริกาเลี้ยงเชื้อราชนิดหนึ่งเป็นการค้า   ราชนิดนี้สามารถกำจัดวัชพืชจำพวกโสนคางคก  โดยรานี้ทำให้วัชพืช ดังกล่าวเป็นโรค ในฮาวายใช้ราที่ทำให้เกิดโรคใบเหี่ยวกำจัดวัชพืชจำพวกชุมเห็ดหรือขี้เหล็ก การปล่อยวัวควายกินหญ้าในสวนมะพร้าวหรือสวนยาง ก็เป็นการกำจัดวัชพืชโดยสิ่งมีชีวิตวิธีหนึ่ง
          การกำจัดวัชพืชโดยสิ่งมีชีวิต มิได้หมายถึง  การใช้สัตว์ แมลง หรือเชื้อโรคเท่านั้น ยังรวมไปถึงพืชด้วย โดยเลือกปลูกพืชที่เติบโตเร็วกว่าวัชพืช หรือที่เรียกว่า พืชคลุมดิน นิยมใช้พืชตระกูลถั่ว ซึ่งมีใบใหญ่เจริญเติบโตเร็ว และเป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน เช่น เซนโทรซีมา (centrosema pubescens) หรือปลูกพืชเศรษฐกิจสลับชนิดกัน เช่น ปลูกข้าวสลับกับการปลูกถั่ว การกระทำดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณ และทำให้การกำจัดวัชพืชสะดวกได้ผลดีขึ้น


การกำจัดโดยใช้สารกำจัดวัชพืช

          เป็นวิธีการแพร่หลายมากในปัจจุบัน เพราะเป็นการกำจัดวัชพืชที่ได้ผล ยิ่งที่ทำการเพาะปลูกมาก ๆ การใช้แรงงานคนนั้นช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์  สิ้นเปลืองมากกว่าใช้สารเคมี  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในประเทศที่ค่าแรงแพงและหายากจะเป็นปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง วิธีกำจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมี เริ่มตั้งแต่ราวปี  พ.ศ.  ๒๔๔๐ และต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้มีการนำเอาสารเคมีทูโฟดี  (dicchlorophenoxy acetic acid) มาใช้ ปรากฏว่า ในอัตราส่วนต่าง ๆ ไม่ค่อยเป็นอันตรายต่อหญ้า แต่จะทำให้พืชใบกว้างไม่เจริญเติบโตหรือตายได้  ดังนั้น จึงนิยมใช้สารเคมีชนิดนี้กำจัดวัชพืชในแปลงปลูกข้าว ข้าวโพด และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ การที่สารกำจัดวัชพืชสามารถทำลายวัชพืชและไม่ทำลายพืชปลูก  เรียกว่า  สารชนิดนั้นมีความสามารถในการเลือกทำลาย (selectivity  of herbicides) ส่วนสารที่ทำลายทั้งวัชพืชและพืชปลูก  เรียกว่า  สารชนิดนั้นไม่เลือกทำลาย  (non selective herbicide) จากนั้นได้มีการคิดค้นหาสารเคมีอื่น ๆ หรือใช้สารเคมีหลาย ๆ ชนิดผสมกัน เพื่อใช้กำจัดวัชพืชใบแคบหรือกำจัดพืชยืนต้น จนกระทั่งปัจจุบันการกำจัดวัชพืชมีหลายชนิด แต่ละชนิดเป็นอันตรายต่อพืช  คน และสัตว์ ซึ่งอันตรายที่ได้รับจะมากแค่ไหนย่อมขึ้นอยู่กับความมากน้อยหรือความเข้มข้นของสารเคมีนั้น ๆ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การกำจัดหรือการควบคุม, การกำจัดหรือการควบคุม หมายถึง, การกำจัดหรือการควบคุม คือ, การกำจัดหรือการควบคุม ความหมาย, การกำจัดหรือการควบคุม คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu