ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

เครื่องถ้วยไทย, เครื่องถ้วยไทย หมายถึง, เครื่องถ้วยไทย คือ, เครื่องถ้วยไทย ความหมาย, เครื่องถ้วยไทย คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
เครื่องถ้วยไทย

          เครื่องถ้วย  คำเรียกกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาเคลือบ ทั้งที่ผลิตในประเทศและที่ส่งมาจากต่างประเทศ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า เซรามิกส์(Ceramics) ซึ่งมาจากภาษากรีกโบราณว่า เครามอส(Keramos) แปลว่า สิ่งที่ถูกเผา เครื่องถ้วยยังมีความหมายรวมไปถึงภาชนะอื่นๆ เช่น เครื่องแก้วเครื่องปูน และปูนปลาสเตอร์ อีกด้วย
          เครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญแบ่งออกได้เป็น ๓ ชนิด ตามลักษณะของเนื้อดิน และอุณหภูมิที่ใช้เผาคือ ชนิดเอิร์ทเทนแวร์ (earthenware) เครื่องปั้นดินเผาไม่เคลือบหรือเอิร์ทเทนแวร์ นั้นจะมีเนื้อดินสีแดง เผาด้วยความร้อนต่ำราว ๘๐๐-๙๐๐ องศาเซลเซียส น้ำสามารถซึมผ่านได้ เช่น หม้อน้ำคนโทหรือน้ำเต้า หม้อยา หม้อข้าว หม้อแกง ภาชนะเหล่านี้มีเนื้อเปราะบาง จึงแตกง่ายเมื่อกระทบกับของแข็ง
          สำหรับเครื่องถ้วยหรือเครื่องปั้นดินเผาเคลือบนั้นมีลักษณะเนื้อดินอยู่ ๒ ชนิด คือ เนื้อดินสโตนแวร์ และเนื้อดินพอร์ซเลนหรือมักเรียกว่าเนื้อกระเบื้อง ซึ่งมีลักษณะในรายละเอียด ดังนี้
          ๑. เครื่องถ้วยเนื้อดินชนิดสโตนแวร์ หมายถึง เครื่องถ้วยที่เผาถึงจุดสุกตัว (vitreous ware)ในอุณหภูมิสูง ๑๑๙๐-๑๓๙๐ องศาเซลเซียส การที่เรียกว่า สโตนแวร์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีเนื้อหยาบ แน่น ทึบแสง และมีความแข็งแกร่งมาก น้ำและของเหลวไม่สามารถไหลซึมผ่านได้  ส่วนมากเนื้อดินเกิดจากสีธรรมชาติของดิน เช่น สีเทา สีน้ำตาล เมื่อเคาะจะมีเสียงกังวาน วัตถุดิบที่ใช้ต้องมีความทนไฟสูง และมีความเหนียวแข็งแกร่ง เครื่องถ้วยเนื้อดินแกร่งสโตนแวร์นิยมทำภาชนะใส่อาหาร เช่น จาน ชามถ้วยชากาแฟ เหยือกน้ำ แจกัน นอกจากนี้ยังนิยมทำภาชนะบรรจุ เช่น ไห
          ๒. เครื่องถ้วยเนื้อดินชนิดพอร์ซเลน หรือเนื้อกระเบื้อง เป็นเครื่องถ้วยที่ต้องเตรียมดินขึ้นเป็นพิเศษ เนื้อดินเมื่อเผาสุกตัวจะมีสีขาวและโปร่งแสง โดยเผาในอุณหภูมิตั้งแต่ ๑๒๕๐ องศาเซลเซียส ขึ้นไป  ส่วนผสมของเนื้อดินประกอบด้วยหินควอตซ์ (หินฟันม้า) ดินเคโอลินดินเหนียวขาว (ball clay) และวัตถุอื่นๆ อีกตามสัดส่วนที่เหมาะสม  เมื่อนำไปเผาไฟแล้วเนื้อดินละเอียด แข็งแกร่ง และเนื้อบาง เนื่องจากเนื้อดินประเภทพอร์ซเลนมีความเหนียวน้อยจึงนำไปขึ้นรูปด้วยวิธีหล่อและวิธีขึ้นรูปแบบใบมีดเป็นส่วนใหญ่ ไม่นิยมขึ้นรูปแบบแป้นหมุน
          เครื่องถ้วยชนิดเนื้อพอร์ซเลน แบ่งตามอุณหภูมิในการเผาเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทเครื่องกระเบื้องเนื้ออ่อน (soft porcelain) เผาในอุณหภูมิประมาณ ๑๒๑๐-๑๒๓๕ องศาเซลเซียลนิยมทำภาชนะใส่อาหาร และงานทางศิลปะ อีกประเภทคือ เครื่องกระเบื้องเนื้อแน่นแกร่ง (hardporcelain) ซึ่งเผาในอุณหภูมิสูงกว่าประมาณ๑๓๑๐-๑๔๓๑ องศาเซลเซียส จะมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ นิยมนำไปทำเครื่องฉนวนไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า


ประเภทของเครื่องถ้วย
          เครื่องถ้วยส่วนใหญ่ ได้แก่ ภาชนะเครื่องใช้ อาทิ ถ้วยชาม โถ จาน แจกัน กระปุกขวด โคม ตลับ เป็นต้น ซึ่งสามารถแยกประเภทได้อย่างกว้างๆ คือ 
          ๑. ประเภทถ้วยชาม มีแบบ รูปร่าง และขนาดต่างๆ ทั้งเคลือบสีเดียวและเคลือบหลายสีมีเนื้อดินทั้งแบบสโตนแวร์และพอร์ซเลน เพิ่มการตกแต่งลวดลายด้วยการเขียนลายใต้เคลือบและเขียนลายบนเคลือบ 
          ๒. ประเภทเครื่องประดับตกแต่ง เช่น แจกันรูปปั้น โคมไฟ 
          ๓. ประเภทเครื่องสุขภัณฑ์ ได้แก่ อ่างล้างหน้า เหยือกน้ำ
การผลิตเครื่องถ้วย
           กรรมวิธีผลิตหรือการขึ้นรูปเครื่องถ้วยนับว่ามีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง  ผู้ผลิตต้องมีความชำนาญ มีความรู้ความเข้าใจในเทคนิคต่างๆอย่างพอเพียงในการผลิตเครื่องถ้วยแต่ละชนิดรวมไปถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยในการผลิต วิธีที่นิยมในการผลิตมีวิธีขึ้นรูปทรงต่างๆและวิธีหล่อ
           วิธีขึ้นรูปทรงต่างๆ เป็นการขึ้นรูปโดยวิธีใช้มือ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมาก มีหลายวิธี เป็นต้นว่า การขึ้นรูปแบบอิสระ การขึ้นรูปแบบแผ่นการขึ้นรูปแบบขด การขึ้นรูปแบบแป้นหมุน การขึ้นรูปแบบใบมีด และการขึ้นรูปแบบใช้พิมพ์กด
พัฒนาการของเครื่องถ้วย

          กล่าวได้ว่าเกิดขึ้นจากความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องการภาชนะใส่อาหาร น้ำ และเครื่องใช้จำเป็นอื่นๆ ต่อมาเมื่อมนุษย์มีความเจริญขึ้นก็ได้พัฒนาเครื่องถ้วยให้มีรูปแบบและคุณภาพดีขึ้นตามลำดับ และนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างกว้างขวาง
          การทำภาชนะหรือเครื่องปั้นดินเผานี้สันนิษฐานว่าได้มีการผลิตขึ้นมาตั้งแต่ประมาณ๑,๐๐๐ ปีก่อนพุทธศักราช โดยพบหลักฐานในดินแดนที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองเกือบทุกแห่งทั้งในดินแดนอัสซีเรีย อียิปต์ จีน และอินเดียโดยพบเครื่องถ้วยที่มีเนื้อดินเป็นดินเผาสีแดงแบบเทร์ราคอตตา (terracotta) ที่มีลักษณะเนื้อดินหยาบ ซึมน้ำได้ มีความแข็งแกร่งพอสมควร มีทั้งชนิดเคลือบบางๆ และไม่เคลือบรวมทั้งมีการตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม โดยเฉพาะเครื่องถ้วยจีน ปรากฏว่าช่างจีนสามารถทำเครื่องปั้นดินเผาเคลือบได้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่ในวัฒนธรรมหลงซานเมื่อประมาณ ๕๐๐ ปีก่อนพุทธศักราช เทคนิคการทำเครื่องถ้วยมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากในสมัยราชวงศ์ฮั่น ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๔ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๘ อันเป็นต้นแบบของเครื่องปั้นดินเผาเคลือบในยุคต่อมาจากนั้นได้มีการพัฒนาเรื่อยมา เช่น ชนิดเคลือบตะกั่ว (lead glaze) และเคลือบด่าง (alkaline glaze)ซึ่งเป็นเคลือบประเภทที่เผาอุณหภูมิไม่สูงมากนักต่อมาในสมัยราชวงศ์ถังประมาณ พ.ศ. ๑๑๖๑-๑๔๔๙ ปรากฏว่าช่างจีนมีความสามารถทำเคลือบสีได้หลายสี มีฝีมือดียิ่ง เครื่องถ้วยจีนเจริญสูงสุดในสมัยราชวงศ์สุ้ง ระหว่าง พ.ศ. ๑๕๐๓-๑๘๒๒ สมัยราชวงศ์หยวน พ.ศ. ๑๘๒๓-๑๙๑และพบว่าในสมัยราชวงศ์หมิง พ.ศ. ๑๙๑๑-๒๑๘๗ช่างสามารถผลิตเนื้อดินเผาแบบพอร์ซเลนหรือเนื้อกระเบื้องได้แล้ว อันเป็นเครื่องถ้วยเคลือบที่เผาในอุณหภูมิสูง และเคลือบได้สีต่างๆ มากขึ้นสีที่นิยมจัดเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องถ้วยสมัยราชวงศ์หมิง นอกจากเครื่องลายครามคือ เครื่องถ้วยที่เคลือบหลายสีโดยใช้สี ๓ สี คือ แดง น้ำเงินและเขียว เป็นหลัก กล่าวได้ว่าเครื่องถ้วยจีนเป็นตัวอย่างที่ดีของเครื่องถ้วยตะวันออก
          ส่วนทางยุโรปมีการทำภาชนะหรือเครื่องปั้นดินเผามานานแล้วเช่นกัน แต่ที่เริ่มผลิตเครื่องปั้นดินเผาเคลือบอย่างจริงจังในสมัยเรอเนซองส์(Renaissance) อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ และประเทศแรกที่ให้ความสนใจมากคือ ประเทศอิตาลี เครื่องปั้นดินเผาครั้งนั้นมีเนื้อหยาบและมีความพรุนตัวสูง คุณภาพไม่ดีนัก เรียกว่า มาจอลิกา (majolica) ซึ่งมีการเคลือบตะกั่วและมีการตกแต่งลวดลายสวยงาม ต่อมาประเทศฝรั่งเศสก็ได้มีการทำเครื่องปั้นดินเผาเคลือบที่มีลักษณะเช่นเดียวกันกับของประเทศอิตาลีได้เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๒ และเรียกเนื้อดินปั้นนี้ว่า ฟายองซ์ (faience) อันเป็นระยะเวลาที่อิทธิพลของจีนเกี่ยวกับการทำเครื่องปั้นดินเผาได้เข้ามาแพร่หลายในยุโรปตามประเทศต่างๆ เช่นสเปน เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ เครื่องถ้วยจีนที่เข้ามาในยุโรปในขณะนั้น ทำให้ประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสได้พยายามศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการทำเนื้อดินพอร์ซเลนเลียนแบบจีน ในสมัยแรกๆชาวยุโรปไม่รู้จักดินเคโอลิน ได้ใช้ดินแดงทำจึงไม่ประสบความสำเร็จ แต่ต่อมาชาวอังกฤษสามารถค้นพบแหล่งดินขาวแบบเคโอลินได้เป็นครั้งแรกและตั้งชื่อดินนี้ว่า ไชนาสโตน (china stone) หรือไชนาเคลย์ (china clay) โดยนำมาผสมกับหินฟันม้า(หินควอตซ์)
           โจฮันน์ เฟรดริก โบทเจอร์ (Johann FriedrichBottger) ชาวเยอรมัน เป็นบุคคลแรกที่ได้ศึกษาค้นพบการทำเครื่องถ้วยเนื้อกระเบื้องหรือพอร์ซเลนเป็นผลสำเร็จ และได้ตั้งโรงงานไมส์เซน (Maissen)ขึ้นในประเทศเยอรมนี ใน พ.ศ. ๒๒๕๘ ต่อมาประเทศฝรั่งเศสได้ตั้งโรงงานแซฟวร์ (Sevres) ขึ้นใน พ.ศ. ๒๒๙๗ และประเทศอังกฤษก็ได้ตั้งโรงงานบริษัทเวดจ์วูด ที่สแตฟฟอร์ดเชียร์ (Wedgwood at Staffordshire) ขึ้นในเวลาต่อมา และได้ค้นพบการทำโบนไชนา (bone china) ซึ่งเป็นเครื่องถ้วยที่มีลักษณะบางและโปร่งแสงมากเป็น ครั้งแรกของโลก ต่อมาความรู้นี้ได้แพร่ไปในประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่าง พ.ศ. ๒๑๘๔-๒๒๙๓ ได้มีโรงงานเครื่องปั้นดินเผาขนาดเล็กเกิดขึ้นกว่า ๑๑๕ แห่ง และบริษัทเจอร์ซีย์พอร์ซเลน (Jersey Porcelain) และบริษัทเอิร์ทเทนแวร์(Earthenware Company) สามารถผลิตเครื่องกระเบื้องเนื้อพอร์ซเลนได้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๓๖๙

เครื่องถ้วยไทย, เครื่องถ้วยไทย หมายถึง, เครื่องถ้วยไทย คือ, เครื่องถ้วยไทย ความหมาย, เครื่องถ้วยไทย คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu