ความรู้ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์ เพลงใหม่ เพลง

ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย หมายถึง, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย คือ, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย ความหมาย, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 1
ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย

          ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ ทางกรมแผนที่ได้ติดตามเรื่องเกี่ยวกับการทำแผนที่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใช้ในการทำสงคราม มีอยู่ ๒ เรื่อง  ที่อยู่ในความสนใจมากที่สุด ตอนท้ายๆของสงครามได้มีวิวัฒนาการใช้การถ่ายรูปทางอากาศจากเครื่องบินทำแผนผัง และมีการให้กำเนิดระบบแผนที่ตาราง
          สนามรบในสงครามโลกครั้งที่ ๑ อยู่ในพื้นที่หลายประเทศ แผนที่ของแต่ละประเทศของฝ่ายสัมพันธมิตรใช้โครงสร้างแผ่นระวางแผนที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด การใช้ขนาดทรงวงรีของโลกก็มีความแตกต่างกันบ้าง กองทัพบกที่ ๒ ของประเทศฝรั่งเศสได้ริเริ่มนำระบบแผนที่ตารางมาใช้ให้ชื่อว่า "ระบบแผนที่ตารางกิโลเมตรลัม-เบิร์ต" (Quadrillage Kilometrique Systeme  Lambert) ในเวลาสงคราม ปรากฏได้ผลดี บรรดากองทัพบกฝ่ายสัมพันธมิตรได้ตกลงใช้ระบบการนั้นทั่วไป
          กรมแผนที่เห็นเป็นการสมควรที่จะจัดการคำนวณทำสมุดคู่มือแผนที่ตารางแบบลัมเบิร์ตขึ้นไว้สำหรับใช้ในราชการ 
          ได้มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่ ใช้สมุด  คู่มือแผนที่ตารางสำหรับช่วยการคำนวณและแสดงตารางเลข เพื่อให้หาผลได้ตามประสงค์ เป็นสมุดคู่มือปฏิบัติการต่อไป 
          สมุดคู่มือแผนที่ตารางเล่มนี้ ได้คำนวณขึ้นไว้สำหรับประเทศไทย  ใช้แบบเส้นโครงแผนที่ลัมเบิร์ตคอนฟอร์มาลรูปกรวย (Lambert Conformal Conic Projection) (คอนฟอร์มาลๆ ที่อยู่บนผิวพื้นของโลก จะแสดงไว้ถูกต้องตามตำแหน่งที่ และตามมาตราส่วนบนแผ่นแผนที่ และมาตราส่วนจะถูกต้องแท้ทีเดียวตามวงละติจูด ๒ วง ซึ่งเลือกใช้ในการคำนวณ และเส้นเมริเดียนเป็นเส้นตรงแผ่ออกจากศูนย์รวมกับศูนย์เดียว)
          การคำนวณเลขในสมุดเล่มนี้ ได้เลือกใช้  วงละติจูดที่ ๘ องศา และที่ ๑๘ องศา เพื่อให้ความคลาดเคลื่อนในการจำลองรูปแผนที่ทั่วไปในประเทศไทยลงในแผ่นแผนที่มีน้อยที่สุด
          นอกจากแผนที่ตารางซึ่งได้กล่าวมาแล้วยังได้มีการใช้รูปถ่ายทางอากาศจากเครื่องบินทำแผนผังและทำแผนที่ในระหว่างสงคราม 
          ภายหลังสงครามได้เลิกแล้ว ได้มีการศึกษาวิจัยและสร้างอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับบการทำแผนที่ด้วยรูปถ่ายทางอากาศในหลายรูปแบบ ทั้งที่ใช้เกี่ยวกับการถ่าย การบิน และการเขียนแปลจากรูปถ่ายเป็นแผนที่ 
          การดำเนินการเรื่องการทำแผนที่โดยใช้รูปถ่ายทางอากาศ จึงต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ (มีบทความเขียนไว้ในรายงานประจำปี กรมแผนที่ พ.ศ. ๒๔๖๗-๒๔๖๘)
         การทำแผนที่ภูมิประเทศโดยใช้รูปถ่ายทางอากาศในประเทศไทย เริ่มใน พ.ศ. ๒๔๖๗ ในเวลานั้นทางกองทัพที่ ๒ ได้จัดให้สำรวจแผนที่ภูมิประเทศในพื้นที่ระหว่างละติจูด ๑๖° ๓๐' กับ ๑๗° ๐๙' และลองจิจูด ๑๐๐° ๑๕' กับ ๑๐๐° ๓๐'โดยใช้นายทหารแผนที่ของกองทัพที่ ๒ เป็นหัวหน้า และมีนายสิบที่ได้รับการอบรมวิชาการแผนที่มาบ้างเป็นผู้ทำการสำรวจ เป็นแผนที่มาตราส่วน ๑:๒๕,๐๐๐ แผนที่ชุดนี้ยังไม่เป็นแผนที่ที่ได้มาตรฐานของกรมแผนที่ เป็นแผนที่ซึ่งทางกองทัพที่ ๒ ต้องการด่วนเพื่อใช้ไปพลางก่อน เพราะทางกรมแผนที่ยังไม่พร้อมที่จะไปสำรวจตามแผนกำหนดการในเวลานั้น ทางกรมแผนที่จึงได้ถือโอกาสที่จะใช้รูปถ่ายทางอากาศสำรวจแก้ไขให้แผนที่ชุดนี้ เป็นการหาประสบการณ์ด้วยความร่วมมือกับกรมอากาศยาน ซึ่งก็ต้องการหาความชำนาญและประสบการณ์ในการใช้รูปถ่ายทางอากาศสำรวจแผนที่ภูมิประเทศได้เริ่มต้นถ่ายรูปบริเวณพื้นที่ซึ่งได้กล่าวมาแล้วนั้น เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ การถ่ายและการพิมพ์รูปเป็นหน้าที่ของกรมอากาศยานซึ่งทำให้เพื่อใช้รวบรวมเขียนแก้ไขแผนที่ซึ่งทางกองทัพได้สำรวจไว้ กรมอากาศยานได้ใช้เครื่องบินแบบเบรเกต์ (Brequet) บินถ่ายกล้องที่ถ่ายก็เป็นของกรมอากาศยานที่มีอยู่แล้ว ใช้กระจกระยะศูนย์เพลิง (focus) ๒๖ เซนติเมตร แมกกาซีน บรรจุกระจกถ่ายครั้งหนึ่งถ่ายได้ ๑๒ รูป ขนาดกระจก ๑๘x๒๔ เซนติเมตร รูปที่ถ่ายมีมาตราส่วนประมาณ ๑:๑๐,๐๐๐ ใช้สนามบินที่พิษณุโลก และสร้างห้องล้างรูปในสถานที่นั้นใช้ในการนี้ งานถ่ายรูปใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบประมาณหนึ่งเดือน พื้นที่ที่ถ่ายรูปประมาณ ๑,๒๕๐ ตารางกิโลเมตร จำนวนรูปแผ่นพิมพ์รูปถ่ายพื้นที่นั้น ๗๖๕ รูป งานครั้งนี้เป็นครั้งแรกจึงใช้เครื่องมือเท่าที่มีอยู่ เมื่อกรมอากาศยานส่งรูปถ่ายมาให้แล้ว  การรวบรวมเป็นแผนที่เป็นหน้าที่ของกรมแผนที่  
          การถ่ายรูปทางอากาศครั้งต่อมา คงใช้เครื่องมือกล้องถ่ายรูปอย่างเดียวกัน ได้ถ่ายทำเพื่อการสำรวจแก้ไขแผนที่กรุงเทพฯ ทางตอนเหนือในระหว่างปลายเดือนมิถุนายน และต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ในการทำงานครั้งนี้ได้มีการวางโครงหลักฐานไว้ล่วงหน้า และสร้างที่หมายเป็นรูปต่างๆ กัน โรยปูนขาวมีระยะห่างกัน ๘๐๐-๑,๐๐๐ เมตร เพื่อให้รูปถ่ายมีที่หมาย๔ หมุด แต่เนื่องจากเป็นฤดูฝนจึงต้องเสียเวลาซ่อมที่หมายซึ่งโรยปูนขาวบ้าง ผลงานที่ทำไปนั้น ทำได้ดีกว่าที่พิษณุโลกมาก ใช้การรวบรวมแก้ไขแผนที่ภูมิประเทศได้ดี ในการนี้ได้กำหนดจะใช้รูปถ่ายสำหรับทำแผนที่มาตราส่วนใหญ่ และจะใช้รวบรวมทำแผนที่รังวัดที่ดินได้ด้วย จึงได้สั่งเครื่องแบบรูซิลล์ (Rousille) (ที่อินโดจีนฝรั่งเศสได้ใช้วิธีการของรูซิลล์ สำรวจเป็นแผนที่รังวัดทำหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน) พื้นที่ที่ถ่ายงานครั้งนี้ ๙๐ ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยรูปถ่าย ๔๕ รูป
         ใน พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้เริ่มดำเนินการถ่ายทำ แผนที่ภูมิประเทศ ซึ่งยังไม่เคยสำรวจแบบมาตรฐานมาก่อน  โดยใช้กล้องถ่ายรูปซึ่งใช้ฟิล์มที่สามารถถ่ายได้แมกกาซีนหนึ่งๆ จำนวน ๑๐๐ รูปซึ่งเพิ่งได้สั่งมาใช้ ในเวลานั้นกรมแผนที่มีโครงการสำรวจแผนที่ภูมิประเทศในภาคพื้นมณฑลนครราชสีมาให้เป็นพื้นที่ ซึ่งจะให้ติดต่อกันกับพื้นที่ซึ่งจะได้มีการสำรวจภูมิประเทศตามแผนกำหนดการพื้นที่ซึ่งได้เลือกทำครั้งนี้อยู่ทางด้านนอกของที่ตั้งตัวเมืองสุรินทร์ระหว่างลองจิจูด ๑๐๐° ๓๐' กับ ๑๐๔° ๐๐' คลุมพื้นที่ ๓ ระวาง แผนที่สมัยนั้นมีขนาด ๑๐' x ๑๐' รวมประมาณ ๑,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร  
          งานสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศครั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการตามกรรมวิธีการสำรวจ ได้ส่งกองวางหมุดหลักฐานในพื้นที่ ซึ่งจะสำรวจใช้วงรอบ สร้างหมุดหลักฐานตามแบบที่ใช้งาน ชนิดที่ใช้ทำแผนที่ภูมิประเทศ แต่มีเพิ่มเติมให้สีหมุดที่หมายซึ่งจะแปลเห็นได้ในรูปถ่ายแต่ละแผ่นซึ่งจะโรยปูนขาวเป็นรูปต่างๆ กัน ให้เป็นที่สังเกตจดจำในรูปถ่ายได้ เพื่อใช้ในการรวบรวมรายละเอียดภูมิประเทศ
          การบินถ่ายรูปได้ทำในตอนปลาย พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้ถ่ายเป็นแนวตั้งเหนือ-ใต้ ๑๑ แนวบิน และถ่ายตามแนวตะวันออก-ตะวันตก ๒๔ แนวบินเป็นรูปถ่ายทั้งหมดประมาณ ๘๓๘ รูป คลุมพื้นที่เหนือที่กำหนดไว้เดิมบางส่วน ๑๐ แนวบิน ทางละติจุดเหนือ ๑๕° ๐๐' ที่ได้กำหนดไว้เดิม กล้องที่ใช้เป็นกล้องแบบ อีเกิลฟิล์ม เอฟ ๘ (F8 Eagle Film Camera) ซื้อจากอังกฤษเฉลี่ยมาตราส่วนรูปประมาณ ๑:๑๕,๐๐๐
          เมื่อกรมแผนที่ได้รับรูปถ่าย เริ่มต้นเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ ก็ได้รวบรวมต่อเป็นแถบๆแล้วปรับเขียนลงจุดที่หมายหมุดหลักฐานก่อนเสร็จแล้วจึงได้ส่งไปให้แผนกพิมพ์พิมพ์สำเนาลงบนกระดาษโบรไมด์ แล้วถ่ายย่อเป็นมาตราส่วน ๑:๒๕,๐๐๐ การรวบรวมย่อทำเป็นมาตราส่วน  ๑:๑๔,๐๐๐ ตอนต้นๆ ใช้เวลานานหน่อย แต่เมื่อได้ประสบการณ์มากขึ้นก็ทำได้เร็วขึ้น
          รูปถ่ายชุดแรกใช้เวลาทำจนเป็นแผ่นโบรไมด์ ๑:๒๕,๐๐๐ อยู่จนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ จึงพร้อมที่จะให้กองรังวัดแผนที่ภูมิประเทศออกไปทำการในสนาม เพื่อสำรวจชื่อหมู่บ้าน ตำบลและจดความสูงที่หมาย ชื่อลำน้ำ ลำธาร เขตตำบล ฯลฯ เพิ่มเติม
          เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ ได้รับสำเนารูปถ่ายทางอากาศอีกหนึ่งรุ่น  เป็นรูปถ่ายแถบละติจูดเหนือ ๑๕° ๐๐ข ไปถึง ๑๕° ๑๐ข การรวบรวมลงจุดที่หมายและการย่อลงเป็นมาตราส่วน ๑:๑๔,๐๐๐ กองรังวัดแผนที่ภูมิประเทศคงดำเนินไปตามแผนที่ที่ใช้รุ่นแรก เสร็จในปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๔
          ในการนี้ ได้ให้นายร้อยโท ชิตวีร์ ภักดีกุล(ภายหลังได้เลื่อนเป็นนายร้อยเอก หลวงชิตวีร์สุนทรา) ผู้ซึ่งได้รับการศึกษาในประเทศอังกฤษ และได้ให้รับการฝึกหัดอบรมในเรื่องนี้ที่แผนกภูมิศาสตร์ กรมเสนาธิการทหารบกอังกฤษ เป็นผู้ควบคุมดำเนินการ การถ่ายทำแผนที่ภูมิประเทศครั้งนี้  มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ได้มาใหม่ คือ กล้องถ่ายแบบอีเกิล (Eagle) ใช้ฟิล์ม สเตอริโอสโคป (Stereoscope) ชนิดเบา เป็นเครื่องที่ใช้อย่างธรรมดา(ไม่ใช่แบบพิสดารนัก และก็ใช้ประจำที่) และเครื่องวัดความสูงละเอียดแบบพอลิน (Paulin) และแบบนีเกรตต์และเซมบรา (Negrett and Zembra)ซึ่งเป็นแบบใหม่ที่สุดในเวลานั้น เครื่องเล็งทางแบบแอลดิส (Aldis sight) ที่ใช้ในการบินถ่ายก็ได้รับมาแล้วและการติดตั้งใช้ยังไม่เรียบร้อยดีพอที่จะใช้การในเวลานั้น  
          วิธีการรวบรวมและถ่ายทอดข้อมูลจากรูปถ่ายทางอากาศให้เป็นแผนที่ภูมิประเทศ ดำเนินการตามแบบของนายร้อยเอก ฮอทีน (Hotine) ขณะนั้นประจำอยู่แผนกภูมิศาสตร์ กรมเสนาธิการทหารบกอังกฤษ ภายหลังเป็นนายพลจัตวา เจ้ากรมแผนที่ทหารบกอังกฤษ (Ordnance Survey) (รายละเอียดวิธีการมีแจ้งอยู่ในหนังสือ Professional Paper of Air Survey Committee No.3 andNo.4)
          ภายหลังการถ่ายรูปทางอากาศในการทำแผนที่ในจังหวัดสุรินทร์  ก็ไม่ได้มีการถ่ายรูปทางอากาศทำแผนที่อีกเป็นเวลานาน 
          ก่อนสมัยที่จะมีเครื่องบิน ก็ได้มีการพัฒนาเครื่องมือและเครื่องใช้ในการสำรวจทำแผนที่จากรูปถ่ายทางพื้นดินมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งรวม ทั้งการปรับปรุงกล้องถ่ายรูปใช้ฟิล์มม้วนแทนกระจก เครื่องวัดเขียนรายละเอียดจากรูปถ่ายเป็นแบบซึ่งมีชื่อว่า สเตอริโอ ออโตกราฟ (Stereo autograph)
          สงครามโลกครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๕๗ ได้ระตุ้นให้โฟโตแกรมเมตรี (photogrammetry) จากผลความเจริญของเครื่องบิน สามารถทำแผนที่สังเขปเบื้องต้น (ลาดตระเวน) และการสืบแปลความหมายของรายละเอียดในรูปถ่าย 
          ศัพท์โฟโตแกรมเมตรี ได้เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๐ ผู้ที่ทำการบุกเบิกการสำรวจทำแผนที่จากรูปถ่ายที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง คือพันเอก เอเม โลส์เซดาต์ (Aime Laussedat) นายทหารช่างทหารบกฝรั่งเศส ได้สร้างเครื่องมือใช้สำรวจทำแผนที่ทางพื้นดิน และได้รับสมญานามว่า "บิดาแห่งโฟโตแกรมเมตรี" ศัพท์โฟโตแกรมเมตรียอมรับใช้กันทั้งในยุโรปและอเมริกา
          การสำรวจโดยรูปถ่ายคงทำจากพื้นดิน จนถึงสมัยที่มีเครื่องบินแล้ว  จึงได้เริ่มนำรูปถ่ายทางอากาศมาใช้ทำเป็นแผนที่ใน พ.ศ. ๒๔๕๖ เป็นครั้งแรก  ทางการทหารที่ใช้รูปถ่ายจากบอลลูนได้แก่ สหรัฐอเมริกา ในขณะเกิดสงครามกลางเมือง เมื่อ ค.ศ. ๑๘๖๔ 
          เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๑ ฝ่ายเยอรมันใช้ปืนใหญ่ขนาด ๓๘ เซนติเมตร มีลำกล้องยาวยิงเข้ามาทางกรุงปารีส ฝ่ายสัมพันธมิตรก็ได้ใช้รูปถ่ายทางอากาศลาดตระเวนหาตำแหน่งที่ตั้ง ปืนใหญ่นั้นจากการแปลความหมายในรูปถ่ายหาที่ตั้งปืนและทิ้งระเบิดฐานที่ตั้งปืนได้ 
          ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ มีผู้ให้ความสนใจเรื่องโฟโตแกรมเมตรีมากขึ้น ได้มีการพัฒนาและผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจทางอากาศและวิธีใช้รูปถ่ายทางอากาศมากมายหลายรูปแบบ
          ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการใช้เครื่องมือหลักในการเขียนแผนที่ให้ความละเอียดถูกต้องมาก สร้างขึ้นโดยบริษัทไซส์ (เยอรมัน) และบริษัทวิลด์ (สวิตเซอร์แลนด์) เครื่องมือของทั้งสองบริษัทนี้มีผู้นิยมใช้มาก 
          ยังมีเครื่องเขียนแผนที่อีกแบบหนึ่งเป็นแบบใหม่ใช้หลักการแตกต่างกับเครื่องที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เครื่องมือชนิดนี้เป็นแบบมัลติเพล็กซ์ (multiplex) สร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษราคาน้อยกว่าแบบเครื่องของไซส์และวิลด์มากหน่วยบริการแผนที่กองทัพบกสหรัฐอเมริกา (U.S. Army Man Service) ได้รับเครื่องมือแบบมัลติเพล็กซ์เป็นเครื่องมือทำแผนที่มาตรฐาน
         ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ หน่วยทหารนี้ได้จัดพิมพ์แผนที่จำนวนหลายล้านแผ่นให้กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติการอยู่ทั่วไป ในสนามรบในพื้นที่มากมายหลายแห่งเป็นจำนวนล้านๆ แผ่น 
          สงครามโลกครั้งที่ ๒ นี้ได้ทำให้มีความต้องการใช้เครื่องมือที่มีอยู่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการฝึกมาแล้วเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเร่งรีบพัฒนาเครื่องมือช่วยในการถ่ายรูปในการสำรวจและต้นหน และยังมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้โฟโตแกรมเมตรี เพื่อการโจมตีและป้องกันประเทศทั้งทางบกและทางทะเล จึงทำให้การแปลความหมายจากรูปถ่ายเป็นวิทยาศาสตร์ใหม่ที่สำคัญมาก ทางสหรัฐอเมริกายังได้รับความสำเร็จในการตกล้องถ่ายรูปเป็นแบบทีไม่มีที่ปิดมีกรวยเลนส์เป็นคู่และการทรงตัวแบบไจโรสโคปและรู้ถึงเทคนิคของการถ่ายรูปทางอากาศในเวลากลางคืน

ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย หมายถึง, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย คือ, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย ความหมาย, ประวัติการทำแผนที่ประเทศไทย คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu