ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร หมายถึง, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร คือ, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร ความหมาย, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร

          ในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ นักชีววิทยาชาวฝรั่งเศสชื่อ ฟรองซัวส์ แวงซองต์ ราสปายส์  (François  Vincent Raspail)  ได้กล่าวไว้ว่า "เซลล์ของร่างกายมนุษย์ นอกจากจะเป็นรากฐานของการมีชีวิตและสุขภาพแล้ว เซลล์ยังเป็นรากฐานของโรคภัยไข้เจ็บและความตายด้วย" นั่นคือการเกิดมะเร็งก็จะมีจุดเริ่มต้นจากเซลล์เช่นกัน  โดยจะเกิดความพิการหรือผิดปกติที่ยีน (gene) ภายในโครโมโซม (chromosome) ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นกรดนิวคลิอิกและเป็นรหัสชีวิตที่จะควบคุมลักษณะและหน้าที่การทำงานของเซลล์และการถ่ายทอดลักษณะทางกรรมพันธุ์ความพิการหรือผิดปกติเช่นนี้ ทำให้เซลล์แบ่งตัวโดยไม่ยอมหยุดอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของร่างกาย  นักวิจัยเป็นจำนวนมากทั่วโลกต่างก็ได้พยายามที่จะค้นคว้าวิจัยว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ปกติเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง  และก็ยังไม่สามารถจะสรุปแน่นนอนได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแน่  แต่ก็พอจะสรุปได้ว่ามีเหตุส่งเสริมที่สำคัญ ๒ อย่างร่วมกัน อันจะทำให้เซลล์นั้นๆ ทำงานผิดปกติไปคือ
เหตุส่งเสริมหรือปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับภาวะภายในร่างกาย
          ก. ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของแต่ละบุคคล  ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีมากน้อยแตกต่างกัน โดยปกติเซลล์มะเร็งสามารถจะสร้างสารต่างๆ  ออกมาในรูปของโปรตีน และโพลีเปปไทด์ (polypeptides) หลายๆ ชนิด  ซึ่งจะพบได้ที่พื้นผิว หรือผนังของเซลล์มะเร็งเรียกว่า ทูเมอร์แอสโซซิเอตแอนติเจน (tumour associated antigen, TAA) หรือทูเมอร์สเปซิฟิกทรานสแพลนเตชันแอนติเจน (tumour specific transplantation  antigen,TSTA) ตามปกติร่างกายของคนเรา สามารถจะรับรู้แอนติเจนชนิดนี้ จึงสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีที่จะมาต้านแอนติเจนนี้ได้ จะโดยสาเหตุใดก็ตามที่ร่างกายไม่สามารถจะค้นพบ หรือไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต้านแอนติเจนนี้ได้ ก็จะเกิดเซลล์มะเร็งขึ้น
          ข. เชื้อชาติ ทุกชนชาติเป็นมะเร็งได้เหมือนกัน  แต่มะเร็งบางชนิดจะพบมากเฉพาะบางเชื้อชาติ เช่น ชาวญี่ปุ่นเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมาก ส่วนมะเร็งโพรงจมูกพบมากในชาวจีน เป็นต้น
          ค. เพศ  มะเร็งบางชนิดจะพบมากในเพศชาย เช่น มะเร็งปอด  มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งตับ แต่มะเร็งบางชนิดจะพบมากในเพศหญิง เช่น มะเร็งของช่องปาก มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น และมะเร็งบางชนิดก็จะพบได้เท่าๆ กันทั้งสองเพศ
          ง. อายุ มะเร็งบางชนิดพบมากในคนอายุน้อย เช่น มะเร็งของเนื้อเยื่อที่เรียกว่า ซาร์โคมา (sarcoma) ในขณะที่มะเร็งของเยื่อบุที่เรียกว่า  คาร์ซิโนมา(carcinoma) จะพบมากในคนอายุมาก และมะเร็งบางชนิดก็จะพบเฉพาะในเด็กเท่านั้น เช่น มะเร็งของลูกตาชนิดเรติโนบลาสโตมา  (retinoblastoma) มะเร็งของไตแบบวิล์ม (Wilm's tumour) เป็นต้น
          จ. กรรมพันธุ์ (genetics) มีมะเร็งหลายชนิดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกรรมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกัน เช่น มะเร็งของมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลูกตาชนิดเรติโนบลาสโตมา ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นมะเร็งเหล่านี้แล้ว พี่น้องหรือลูกหลานก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งนั้นๆ ได้มากขึ้น
          ฉ. ความผิดปกติต่างๆ  เช่น ในกรณีที่เป็นไฝ หรือปานดำมีโอกาสจะกลายเป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาชนิดร้าย (malignant melanoma) หรือเนื้องอกชนิดธรรมดาก็อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้
เหตุส่งเสริมที่อยู่ภายนอกร่างกาย
          ก. สารกายภาพต่างๆ (physical agents) ส่วนใหญ่เกิดจากการระคายเรื้อรัง เช่น ผู้ที่มีฟันเก เวลาเคี้ยวอาหารฟันจะไปครูดกับเยื่อบุภายในช่องปาก เช่น บริเวณกระพุ้งแก้ม หรือลิ้น นานๆไปทำให้เกิดมะเร็งของเยื่อบุในช่องปากหรือมะเร็งของลิ้นได้       
          ฟันปลอมที่ไม่กระชับ เวลาเคี้ยวอาหารจะมีการเสียดสีกับเหงือกหรือเพดานปาก อาจจะทำให้เกิดมะเร็งของเหงือกหรือเพดานปากได้
          ก้อนนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดมะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะได้
          การดื่มสุราที่มีดีกรีของแอลกอฮอล์สูงๆ โดยไม่เจือจางจะทำให้มีการระคายของเยื่อบุบริเวณแอ่งไพริฟอร์ม (pyriform) ข้างๆ กล่องเสียง ทำให้เกิดมะเร็งบริเวณนี้ได้
          ผู้ที่นิยมรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร้อนจัดจะมีการระคายบริเวณหลอดอาหาร ทำให้เกิดมะเร็งของหลอดอาหารได้
          สารต่างๆ ที่ฉีดเข้าร่างกายเพื่อการเสริมสวย ก็มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งได้จากการระคายเฉพาะที่
          อวัยวะเพศชายที่หนังหุ้มปลายไม่เปิด  จะเกิดการระคายจากขี้เปียก (smegma) ทำให้เกิดมะเร็งของอวัยวะเพศได้
          การกระทบกระแทก การฉีกขาดของปากมดลูก เช่น ผู้ที่มีอาชีพโสเภณี การคลอดบุตรหลายๆ คนหรือการมีกะบังลมหย่อนในหญิงสูงอายุ ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ง่าย
          รังสีต่างๆ (ionizing radiation) การได้รับรังสีในปริมาณน้อยๆ แต่ได้รับบ่อยเป็นระยะเวลานานๆ จะมีโอกาสทำให้เกิดมะเร็งได้เกือบทุกอวัยวะ
          ข.  สารเคมี (chemical agents) ในปัจจุบันนี้มนุษย์เราโดยเฉพาะชาวไทย นอกจากจะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษแล้ว มนุษย์เรากำลังลอยคออยู่ในทะเลของสารที่ทำให้เกิดมะเร็งซึ่งเรียกรวมๆกันว่า  "สารก่อมะเร็ง" (carcinogen) อีกด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ทางองค์การอนามัยโลกได้รายงานถึงสารต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งมากถึง ๔๕๐ ชนิด โดยส่วนใหญ่สารต่างๆ เหล่านี้แฝงตัวมาในธรรมชาติในรูปของอาหารพืช หรือสารเคมีต่างๆ เช่น  เคมีวัตถุประเภทน้ำมันดิน (hydrocarbon)  ที่ใช้ทำยารักษาโรค ใช้ในอุตสาหกรรมเคมี ควันไอเสียของเครื่องยนต์ เป็นต้น
          การรับประทานหมาก การจุกยาฉุนบริเวณริมฝีปากนอกจากจะมีการระคายเคืองเรื้อรังแล้ว ยังมีสารเคมีที่ทำให้เกิดมะเร็งของช่องปากได้
          การสูบบุหรี่จัด  ควันบุหรี่มีสาร  ๓, ๔  เบนซ์ไพรีน  (๓, ๔  benzpyrine) ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้
          สีย้อมผ้าต่างๆ เช่น สีอะนีลีน (aniline dye) หรือสีอะโซ (azo dye) เช่น สีเหลือง [(butter  yellow-4,dimethylamino  azobenzene)]  ซึ่งใช้ย้อมสีเนยเทียม หรือนำไปผสมอาหาร ขนม หรือลูกกวาดต่างๆ เพราะมีราคา
ถูก และมีสีสดสวย แทนที่จะใช้สีซึ่งสกัดมาจากพืชเหมือนสมัยก่อน สีต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งของทางเดินน้ำดีได้
          สารหนู ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของยารักษาโรคเช่น ยาจีนรักษาโรคผิวหนังชนิดเรื้อนกวาง แต่กลับเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งของผิวหนังได้
          สารไนโตรซามีน  (nitrosamines) ซึ่งพบในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์หมักทุกชนิด  เช่น  ปลาร้า แหนมหมูส้ม ปลาส้ม หรืออาหารที่เข้าดินประสิว เหล่านี้ทำให้เกิดมะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหารได้ ความร้อนจะทำลาย (denature) สารไนโตรซามีนได้ ฉะนั้นอาหารประเภทนี้ถ้าทำให้สุกเสียก่อนก็จะปลอดภัย  อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์รมควัน หรือเนื้อสัตว์ที่ย่างจนไหม้เกรียม
         ดีดีที  นอกจากจะมีพิษโดยตรงต่อมนุษย์แล้วดีดีที  ยังเปลี่ยนสภาพในร่างกายเป็นสารไดไนโตรซามีนซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนไนโตรซามีน อีกด้วย
          ค. ฮอร์โมน (hormones) มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านมจะมีความสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศหญิง  คือ เอสโทรเจน และโพรเจสเทอโรน หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก จะมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน (androgen) เป็นต้น ฮอร์โมนเหล่านี้มักจะอยู่ในยารักษาโรค
          ง. เชื้อไวรัส มีไวรัสหลายชนิดเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ ไวรัสเหล่านี้เรียกว่า "ไวรัสที่ทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็ง" (oncogenic viruses,tumour viruses) ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มตามลักษณะของกรดนิวคลิอิก  คือ ไวรัสดีเอ็นเอ และไวรัสอาร์เอ็นเอเมื่อไวรัสเข้าไปในเซลล์แล้วก็จะมีการเพิ่มจำนวน(productive infection) หรืออาจจะไม่เพิ่มจำนวนก็ได้ แต่จะสามารถทำให้เซลล์มีการเปลี่ยนแปลงในรูปร่างไปได้ (transformation) จากการที่ยีน หรือดีเอ็นเอของไวรัส (viralgenome หรือ viral DNA) ไปแทนที่ดีเอ็นเอของเซลล์
          ในปัจจุบันนี้  ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าไวรัสทำให้เกิดมะเร็งในคน แต่ก็มีประจักษ์พยานหลายอย่างที่ทำให้คิดว่า ไวรัสอาจจะเป็นสาเหตุ หรือเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิดในคน เช่น ไวรัสอีบีวี (epstein-barr  virus)มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงหลังจมูกและมะเร็งของต่อมน้ำเหลืองเบอร์คิตต์ (burkitt's lymphoma) หรือไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ ชนิดที่ ๒  (herpes simplex virustype 2) ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมะเร็งปากมดลูกมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด มะเร็งเต้านมก็มีประจักษ์พยานว่า น่าจะเกิดจากไวรัสเช่นกัน
          จ. สารพิษ (toxin) โดยเฉพาะสารอะฟลาท็อกซิน(aflatoxin ) จากเชื้อราแอสเพอร์จิลลัสฟลาวัส(aspergillus flavus) ซึ่งชอบขึ้นในอาหารประเภทถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วลิสง อาหารประเภทข้าวต่างๆ  มันสำปะหลังนอกจากนี้ยังเคยมีรายงานการตรวจพบสารอะฟลาท็อกซินในน้ำนมวัว  มะพร้าว และน้ำมันถั่วลิสง  สารพิษนี้ทำให้เกิดมะเร็งตับได้โดยตรง
          ฉ. พยาธิบางชนิด เช่น พยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งตับบางชนิดได้
          ช. ภาวะขาดอาหาร โรคตับแข็งซึ่งเกิดจากการขาดอาหารโปรตีน จะกลายเป็นมะเร็งตับได้ง่าย
          สารต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง หรือสารที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดมะเร็งเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้เท่านั้น และร่างกายจะต้องได้รับสารเหล่านั้นในปริมาณค่อนข้างมากในระยะเวลานานๆ ด้วย และประการสำคัญที่สุดคือ การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะเกิดเป็นมะเร็งได้นั้น ย่อมจะต้องขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานต่อโรคมะเร็งของบุคคลนั้นๆเป็นสำคัญ  และยังจะต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่พอเหมาะด้วย ฉะนั้น การที่รับประทานอาหารที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่บ้างเป็นบางครั้งบางคราวจึงไม่น่าจะต้องวิตกแต่อย่างใด

มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร หมายถึง, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร คือ, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร ความหมาย, มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu